“ภราดร” คาดถกวิป 3 ฝ่ายพรุ่งนี้ เคาะกรอบซักฟอก ยํ้า ครม.สะดวก 3 วัน ชม “อนุทิน” มีคุณบัติพิเศษ เพื่อนเยอะ ไม่แปลกใจร่วมกินข้าว “ธรรมนัส“ บอกแล้วแต่ใครจะโยงการเมือง ปัดกระแสดึงร่วมรัฐบาล
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนัดประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อตกลงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ต้องถามวิปรัฐบาล ซึ่งตัวแทนจากวิปรัฐบาลจะติดต่อมายังคณะรัฐมนตรี ซึ่งตนพร้อมไปเจรจา
เมื่อถามว่า ยังยืนยันหรือไม่ว่ากรอบเวลาการอภิปรายจะเป็น 3 วัน นายภราดร กล่าวว่า เนื่องจากสัปดาห์หน้า จะมีการประชุมครม. นัดพิเศษในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม ส่วนวันที่ 30-31 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปต่างประเทศ ดังนั้นจึงมีแค่ช่วงเวลาวันที่ 27 -29 ตุลาคมในการอภิปราย และลงมติในวันที่ 30 ต.ค.
เมื่อถามว่าการตกลงกับฝ่ายค้านจะทันหรือไม่ เนื่องจากจะต้องอภิปรายในสัปดาห์หน้า นายภราดร กล่าวว่า ต้องคุยกันด้วยเหตุผล เพราะด้วยข้อจำกัดของเวลา และเนื้อหาสาระ
เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านยืนยันว่าเวลาอภิปราย 3 วันน้อยเกินไป นายภราดร กล่าวว่า ต้องคุยกันก่อน แต่คาดว่าจะมีการประชุมในวันพรุ่งนี้ (20 ต.ค.) แต่ยังไม่ได้มีการนัดหมายกัน
เมื่อถามว่า รัฐบาลยังมั่นใจในเสียงโหวตใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า วันก่อนเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก็ออกมาพูดชัดเจนแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีก่อนหน้านี้ปรากฏภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถือเป็นสัญญาทางการเมืองหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตนมองว่านายกรัฐมนตรีมีคุณสมบัติพิเศษ ท่านมีแต่เพื่อน อย่าง ร.อ.ธรรมนัส ก็สนิทสนมกัน จะไปตีความว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ความเป็นเพื่อนกันการไปทานข้าวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เมื่อถามถึง กระแสข่าวว่าจะมีการควบรวมพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม มีความเป็นไปได้หรือไม่ นายภราดร ยิ้ม และกล่าวว่า ต้องไปถามกรรมการบริหารพรรคทั้ง 2 พรรคการเมือง
เมื่อถามว่า ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีความเป็นไปได้หรือไม่พรรคกล้าธรรมจะเข้ามาร่วมรัฐบาล นายภราดร กล่าวว่า อนาคตยังไม่ถึง อย่าเพิ่งไปพูดไกลถึงวันนั้น ขนาดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังไม่รู้ว่าจะกี่วัน
เมื่อหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับครม. หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่หากมีการปรับในพรรคก็ต้องพูดกัน และตัดสินใจ

