“สุชาติ” แจงกระทู้สด สว. รับ เจ้าของโรงงานปราจีน โทรเคลียร์ปมปล่อยสารพิษ แต่ปฏิเสธ เหตุยอมไม่ได้ จ่อหารือ “ปกรณ์” แก้กฎหมายให้อำนาจ กรมควบคุมมลพิษ ตรวจสอบเป็นระบบ-เพิ่มยาแรงเอาผิด-ยึดทรัพย์ ลั่นเป็นสส.ทีละสมัย หากครบสมัยแต่ทำไม่ได้ ไม่ควรกลับมาอีก
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณากระทู้ถามสด ของน.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. ตั้งคำถาม ถึงปัญหามลพิษในพื้นที่จ.ปราจีนบุรี ผสมโรงกับวิกฤตน้ำท่วม ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบนอกจากน้ำท่วมแล้วยังเผชิญกับปัญหาสารพิษปนเปื้อนในพื้นที่ พร้อมขอให้รัฐบาลเร่งจัดการโรงงานอุตสาหกรรมที่ทิ้งสารพิษลงสู่ธรรมชาติ
“หากรองผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่าน้ำไม่มีมลพิษขอกรุณาให้ดื่มให้ดูด้วย ผมว่ารัฐมนตรีทราบว่ามีมลพิษหรือไม่ และรู้แล้วเพราะส่งคนไปตรวจ ทั้งนี้ชาวบ้านหวังการแก้ปัญหาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้ดำเนินการเฉียบขาดกับบริษัท หรือ โรงงานที่นำขยะมีพิษทิ้งในพื้นที่ด้วย หากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปทำ แต่องค์กรไม่มีธรรมาภิบาล เกิดปัญหาแจ้งความเป็นญาติพี่น้องผู้บริหารท้องถิ่น สส.ในพื้นที่ ผมว่าต้องแก้ปัญหาและทำให้เด็ดขาด” น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าว
นายยสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงว่าสิ่งที่ตั้งกระทู้ถามตนอึดอัดใจมาประมาณ 1 ปีที่ตนรับตำแหน่ง เพราะตนศึกษาอำนาจหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษ ช่วงแรกได้ถามว่าเข้าไปตรวจโรงงานได้หรือไม่ ทีแรกบอกไม่ได้ ตนต้องรื้อกฎหมายดูทุกข้อ พบระเบียบว่าต้นกำเนิดสิ่งมีพิษอยู่ตรงไหนทำไมเข้าไม่ได้ ดังนั้นต้องหาระเบียบไปหักล้าง กับความคิดเดิมๆ ว่าต้องเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น ตรวจได้เฉพาะนอกโรงงาน ตนถามกลับหน่วยงานว่าบริษัทที่ก่อเกิดสารพิษทำไมกรมควบคุมมลพิษถึงตรวจไม่
“ผมเห็นใจข้าราชการกรมควบคุมมลพิษ เพราะการตรวจจับทำได้ยาก และเมื่อจับกุมบริษัทที่ลักลอบทิ้งกากสารพิษได้โทษแค่ปรับ ไม่มีโทษอาญาติดคุกชัดเจน ดังนั้นต้องแก้กฎหมายเพิ่มอำนาจให้กับกรมควบคุมมลพิษ ตรวจสอบให้เป็นระบบ และบูรณาการกับท้องถิ่น หรือ จังหวัดถึงการแจ้งข้อมูลในพื้นที่ นอกจากนั้นยังให้รองปลัดฯ เข้าพบเลขา ปปง. เพื่อเอาเรื่องการทำลาย ฝังกลบ นำเข้าสารพิษ เป็นมูลฐานความผิดยึดทรัพย์ให้ได้ เพราะหากยาไม่แรง ไม่มีทางหมดไปจากประเทศไทย” นายสุชาติ กล่าว
นายสุชาติ ชี้แจงต่อว่าตนหารือปลัดกระทรวง ให้อำนาจกรมควบคุมมลพิษ ตรวจคนนำเข้าเศษโลหะให้ขออนุญาตผ่านกรมควบคุมมลพิษ จะได้รู้ว่าจะนำเข้าผ่านท่าเรือ หรือ กรมศุลกากรวันใด เพื่อให้หน่วยงานของกระทรวงตามกำกับถึงโรงงาน ว่าถูกต้องหรือมีสิ่งเจือปนเกินกฎหมาย ต้องทำลายในโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้กำจัดขยะมีพิษ สำหรับพื้นที่จ.ปราจีนบุรี ตนเห็นข่าวตั้งแต่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา และลงพื้นที่ 1 ต.ค. ตรวจสอบ ก่อนที่จะแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี และตนได้สั่งว่า ทุกคดีที่ให้จับดำเนินคดี ให้รายงานผลคดี พร้อมกับกำชับว่าอย่าให้มีสั่งไม่ฟ้อง ถ้าจะสั่งฟ้องต้องนำข้อมูลจากกระทรวงไปประกอบสั่งฟ้องส่วนคราบน้ำมันได้ส่งผู้เชี่ยวชาญไปแก้ปัญหา
“การแจ้งจับที่ ศรีมหาโพธิ โรงงานที่ตนแจ้ง เจ้าของโรงงานก็รู้ว่าลูกใคร บ่งบอกว่าเป็นของใคร มีโทรศัพท์มา แต่ผมบอกไม่ได้ ใครผิดจับหมด ผมกล้าพูดได้ในที่นี้ว่า ผมและครอบครัวผมไม่มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ใครที่ทำร้ายประเทศ ประชาชน และสิ่งต่างๆ ผมจับหมดทุกคน ไม่ปล่อยไว้ ทั้งนี้ผมจะหารือกับรองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เพื่อหารือแก้กฎหมาย ให้มีบทลงโทษสูงสุด อย่าให้ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นแดนสนธยาของคนทิ้งขยะ ผมรับไม่ได้ หากจะแก้ปัญหาสิ่งที่ง่ายคือ ห้ามนำเข้า แต่สินค้าที่มีส่วนผสมโลหะเหล่านี้จะแพงขึ้น ทั้งนี้ ผมเป็นสส. อยู่ทีละสมัย หากทำแล้ว ครบสมัยแล้วทำอะไรไม่ได้ ไม่ควรจะเป็นอีก” นายสุชาติ กล่าว



