‘โรม’ มองคดี ‘สามีไอเดียร์’ ถือหุ้นเว็บพนันเรื่องใหญ่กว่าแค่ดำเนินคดีตัวบุคคล ถาม ‘รัฐบาล-หน่วยงานรัฐ’ ละเว้นหน้าที่หรือไม่ หลังเงียบเป็นเป่าสาก จี้ ‘อนุทิน-ไชยชนก’ รับผิดชอบ หวั่นเลือกปฏิบัติอุ้มพวกพ้อง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่อาคารอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ถือหุ้นเว็บพนัน ว่า หากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงทำไม่ได้เพราะ น.ส.สุชาดา ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี และมองว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่าการเป็น ส.ส.หนึ่งคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน วันนี้สิ่งที่เราเห็นคือต้องให้เครดิตกับ นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่าการเปิดเผยล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเหรียญ SHFL (Shuffle) ที่ถูกกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้เห็นปัญหาว่าเรื่องการพนันออนไลน์ที่ไม่ได้หมดไป ส่วนหนึ่งคือหน่วยงานที่มีอำนาจรัฐ เป็นปัญหาเสียเอง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สอบสวนกลางทั้งไซเบอร์ หรือแม้กระทั่ง ก.ล.ต. หน่วยงานเหล่านี้มีปัญหาแน่ๆ ดังนั้น ตนคิดว่าในส่วนของ น.ส.สุชาดา ในฐานะที่ตนเป็นประธาน กมธ.กฎหมาย สิ่งที่ตนเน้นตอนนี้ไม่ใช่ต้องการดำเนินการทางกฎหมายกับ น.ส.สุชาดา เพียงอย่างเดียว แต่กำลังตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานรัฐทั้งหลายทำงานโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
“หน่วยงานรัฐทั้งหลายกำลังดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะหากไม่ดำเนินการ สุดท้ายก็จะกลายเป็นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ปัญหาไม่ได้แค่ ส.ส.หนึ่งคนที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน แต่ระบบของเราทั้งระบบ มีคนที่ไม่แตกต่างกับอาชญากรไปอยู่ข้างใน แล้วใช้อำนาจรัฐในการเกื้อหนุนให้กับบรรดาอาชญากรต่างๆ ต่อไป” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า คนที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการไม่แจ้งความดำเนินคดีคือ คนที่ไม่เข้าใจการทำงาน เพราะคดีนี้ผิดอาญาแผ่นดินหรือไม่ คดีนี้ในฐานะของฝ่ายตรวจสอบ เราไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องการดำเนินคดี ส.ส.หนึ่งคน แต่เรากำลังมองว่าผู้มีอำนาจรัฐช่วยหรือไม่ เรื่องมันใหญ่กว่านั้น เมื่อเราทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้ จึงเป็นการตรวจสอบทุกองคาพยพว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ดังนั้น คนที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ยังไม่เข้าใจเรื่องกลไกการทำงาน และสิ่งที่ตนต้องยืนยันคือเรากำลังใช้กลไกนั้นอยู่ ตนในฐานะประธานกมธ.การกฎหมายฯ อำนาจถูกบังคับตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรเราก็ปฏิบัติตาม ทั้งนี้ สิ่งที่อยากเห็นคือหน่วยงานของรัฐปฎิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย
“ส.ส.ไอเดียร์ ยอมรับแล้วว่าสามีถือหุ้น เขายอมรับเองเลย ไม่ต้องพิสูจน์กันแล้วว่า นายไท่หยาง ซาง สามี เป็นคนเดียวกันหรือไม่ แต่เขาถือหุ้น 1% เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องตั้งคำถามว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพราะไม่ใช่ส้มก็เลยไม่ตรวจสอบใช่หรือไม่ หากเป็นแบบนี้คุณกำลังปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายใช่หรือไม่ หรือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร หรือกลัวว่าจะขยายวงไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนอื่นๆ หรือไม่” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตำรวจไซเบอร์เกิดมาเพื่อปราบเว็บพนันไม่ใช่หรือ แต่คำถามคือตำรวจไซเบอร์อยู่ไหนในการทำเรื่องนี้ จะบอกว่าเว็บ SHFL ถูกกฎหมายในประเทศคูราเซา ที่ไปเปิดหลายๆ ที่ ก็ถูกกฎหมายในประเทศนั้นๆ ทั้งหมด เพียงแค่ว่าจุดมุ่งหมาย ไม่ใช่แค่คนต่างประเทศที่จะเล่น แต่รวมถึงคนไทยในการเล่นด้วย ซึ่งในข้อมูลก็เห็นกันอยู่ว่ามีคนไทยไปเล่น แม้กระทั่งสอบสวนกลางตั้งต้นจากคดี 40 ล้าน ก็สามารถขยายขอบเขตสอบสวนเรื่องนี้ได้แต่ไม่ทำ และแม้กระทั่ง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าดีอี หายไปไหน ก่อนหน้านี้โฆษณาว่าปราบมาแล้ว 1 ล้านเว็บ ตอนนี้ไม่สนใจจะปราบเว็บ SHFL หรือ เรารู้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และสามารถขยายวงได้ ซึ่งมีไม่กี่เว็บที่จะสามารถขยายวงไปถึงขั้นการยึดทรัพย์ได้ นี่ไม่ใช่โอกาสทองที่จะขยายผลหรือ เอาคำพูดของ น.ส.สุชาดาไปสู่การขยายผลต่อไป
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการยึดอายัดทรัพย์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ไหน ท่านต้องลองคิดให้ดี ซึ่งปปง.สามารถดำเนินการเชิงรุกได้เลย กรณีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ดำเนินการอย่างไรก็ถือโอกาสนี้ใช้กับกรณี ส.ส.คนอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันได้เช่นกัน แม้คดีความทางอาญาของ น.ส.สุชาดา ยังไม่มีความคืบหน้า แต่หลักๆ ก็ต้องพิสูจน์ทางกฎหมายในกรณีการถือหุ้นว่า มีองค์ประกอบความผิดอย่างไร แต่เบื้องต้นถ้าไม่ดำเนินการเท่ากับเป็นการตัดตอน น.ส.สุชาดาออกจากความเสี่ยงทางกฎหมายในการดำเนินคดีไปแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
น.ส.รังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเอาผิดทางกฎหมายนั้น หากพยานหลักฐานเอาผิดได้เฉพาะสามี ก็เอาผิดกับสามี ว่ากันไปตามนั้น แต่นับเวลาที่ น.ส.สุชาดา เป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงดีอี ใช้อำนาจไหนในการที่จะอุ้มชูเว็บไซต์และต้องไปดูเส้นเงินด้วย หากสมมติโอนเงิน 1-2 ล้านบาท ไปให้บุคคลต่างๆ โดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมก็ต้องดูว่าเส้นเงินเหล่านี้ เกี่ยวข้องกันได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องขยายกันอีกเยอะ อย่างไรก็ตามต้องยืนยันว่า น.ส.สุชาดา และสามีถือเป็นบุคคลบริสุทธิ์จนกว่าศาลจะพิพากษา
เมื่อถามถึง จริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ น.ส.สุชาดา นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก่อนจะถึงคดีอาญา มีคดีทางแพ่งคือการยึดอายัดทรัพย์ ในกรณีการร่ำรวยผิดปกติ และไม่สามารถชี้แจงที่มาของรายได้ได้ เรื่องนี้ ปปง. ก็สามารถไปพิจารณาได้ แต่ตนยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวของ ปปง. ขออย่าให้ถูกกล่าวหาว่ามีการตัดตอนเรื่องนี้ ส่วนเรื่องจริยธรรมทุกคนรู้ว่าพรรคประชาชนมีข้อห่วงกังวลเรื่องนี้ แต่เราไม่อยากเห็นการใช้นิติสงครามที่ไม่ผิดแล้วต้องการทำให้เขาผิด ซึ่งเป็นขอบเขตที่เป็นดุลพินิจกว้างขวาง ดังนั้น จึงต้องดูว่าในการดำเนินการไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ต้องดูไปกลไกทางกฎหมายในการดำเนินคดี ประเทศไทยมีหลายเรื่องที่พยายามบีบให้ใช้กลไกทางจริยธรรม ดังนั้น เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันอีกพอสมควร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเส้นเงินอาจจะโยงไปถึงพรรคภูมิใจไทย จนถึงขั้นยุบพรรคได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่รู้ในรายละเอียดว่าเงินของพรรคภูมิใจไทยมีที่มาอย่างไร แต่ก่อนจะไปถึงการยุบพรรค สิ่งที่ต้องดำเนินการลำดับแรกคือ ดูรายละเอียดทั้งหมดว่าเข้าข้อกฎหมายอะไรบ้าง เรื่องยุบพรรคทุกคนเข้าใจว่าพรรคประชาชนมีจุดยืนอย่างไร ส่วนกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ว่าไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคนั้น ก็ต้องไปดูรายละเอียดในการบริจาคทั้งหมด ตนไม่มั่นใจว่าอาจจะไม่ใช่แค่เงินเดือน อาจจะมีมากกว่านั้นหรือไม่ ฉะนั้น จึงต้องไปดูที่มาและเป็นเงินเว็บพนันหรือไม่ หากเป็นเงินเว็บพนันพรรครู้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้มีหลายรายละเอียดที่ต้องไปดูต่อ

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากกลับไปสู่จุดตั้งต้น เราคิดว่าพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาไม่ควรจะต้องถูกยุบด้วยกลไกพวกนี้ เว้นแต่พรรคการเมืองนั้นมีวัตถุประสงค์ทำผิดตั้งแต่ต้น หรือเกิดมาเพื่อเป็นโจร ซึ่งคงไม่มีพรรคการเมืองไหนที่มีวัตถุประสงค์เช่นนั้น ดังนั้น การให้เงินสนับสนุนเพื่อนำไปสู่การยุบพรรคถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในกรณีนี้ตนให้น้ำหนักว่าหากมีการตัดสินว่าทำผิดจริง เส้นเงินทุกอย่างชัดเจน คงไม่ได้คิดไปถึงการยุบพรรค แต่สิ่งที่อยากเห็นมากกว่าคือความรับผิดชอบทางกฎหมายและทางการเมืองของนายไชยชนก รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องนี้
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการโยงไปถึง ส.ส.ภูเก็ตของพรรคประชาชนที่เป็นนอมินีใน 28 บริษัท แล้วไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น ซึ่งคล้ายคลึงกับกรณีของ น.ส.สุชาดา ก็ต้องใช้คำพูดของนายอนุทินคือ ปิดชื่อถือพฤติกรรม แต่นายอนุทินอาจจะดูสีด้วย หากเทียบกรณี ส.ส.ภูเก็ต หรือ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอถามกลับว่ากรณี น.ส.สุชาดา ไม่ได้ร้ายแรงหรือ ตอนนี้เริ่มไปกันใหญ่ ซึ่งถือว่าร้ายแรง เพราะเว็บดังกล่าวใช้เพื่อการฟอกเงินได้ แล้วรัฐบาลดำเนินการอะไรกับ น.ส.สุชาดา บ้าง ตนไม่มีปัญหาหากรัฐบาลจะดำเนินการกับ ส.ส. ภูเก็ต พรรคประชาชนหรือนายภาวุธ หากมีพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดจริง แต่ขอให้ช่วยนำมาตรฐานนี้ไปใช้กับ น.ส.สุชาดาด้วย รวมถึงปรับใช้กับนักการเมืองทุกคน เป็นมาตรฐานเดียวกัน
“แต่ปัญหาในวันนี้คือ ส.ส.ภูเก็ต กับ นายภาวุธ เข้าสู่กระบวนการแล้ว แต่ น.ส.สุชาดา ยังไม่เข้าสู่กระบวนการ เงียบเป็นเป่าสาก เหมือนมีอะไรอุดปากเขาอยู่ ผมคิดว่าเราต้องดำเนินการกับรัฐบาล ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะคิดว่าพอเป็นพวกพ้องก็จะปกป้อง พอเป็นพวกเดียวกันก็ช่วยเหลือ สีเดียวกันทำเป็นมองไม่เห็น ถ้าเป็นแบบนี้เรารับไม่ได้ เทียบกรณีของนายภาวุธที่มีข่าวว่า จะออกหมายเรียก แต่นายภาวุธไปรับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง โดยที่ยังไม่ทันมีการออกหมายเรียก ขณะเดียวกันรัฐบาลและหน่วยงานที่กำกับดูแล กลับเงียบในเรื่องของ น.ส.สุชาดา ซึ่งผมกังวลว่าสังคมจะมองว่ารัฐบาลช่วยเหลือ” นายรังสิมันต์ กล่าว

