วิป 3 ฝ่ายนัดถก 21 ต.ค.เคาะกรอบซักฟอก ภท.ย้ำไทม์ไลน์ 27-29 ต.ค. ลงมติ 30 ต.ค. มั่นใจ รบ.ไร้ทุจริต เท้งยืนกราน 5 วัน ฉายภาพระบอบน้ำเงินภัยคุกคาม อนุทินบอกหิวๆ สื่อถามปมกินข้าว ‘ผู้กอง’ โรมจ่อเรียกไอเดียร์-สามีแจงกมธ. 22 ต.ค.
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ถึงกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านยืนยันขอเวลา 5 วัน ว่า ได้รับการประสานจากประธานสภาฯ ว่าจะเชิญวิปทั้ง 3 ฝ่ายคือ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) หารือร่วมกันถึงกรอบระยะเวลา จำนวนชั่วโมงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 21 ตุลาคม นี้ คิดว่ากรอบเวลา 3 หรือ 5 วัน น่าจะเป็นปลายทาง และตนคิดว่าฝ่ายค้านไม่ได้ต้องการ 5 วัน แต่เขาต้องการเวลาเพียงพอสำหรับการอภิปราย ฉะนั้นการที่จะคุยเวลา 3 หรือ 5 วัน หากคุยแบบนั้นจะหาข้อสรุปได้ยาก แต่ถ้าเรามาเจรจากางประเด็นว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องการอภิปรายมีเรื่องอะไรบ้าง รวมถึงเวลาที่ฝ่ายค้านจำเป็นจะต้องใช้ในแต่ละประเด็น ตนคิดว่าน่าจะขยับเข้าไปสู่การเจรจากันได้มากกว่า
นายกรวีร์ กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐมนตรีทั้ง 18 คน พร้อมตอบข้อซักถามและชี้แจงข้อกล่าวหา เพราะการทำงานรัฐบาลหลายเดือนที่ผ่านมา มีทั้งผลงานและประเด็นที่เป็นข้อซักถามต่างๆ พอที่จะคาดการณ์และคาดเดาได้ว่าจะมีประเด็นใดที่ถูกกล่าวหาได้บ้าง และจากที่ตนได้ประสานรัฐมนตรีหลายคน ทุกคนก็ทำการบ้านเตรียมความพร้อมสำหรับการตอบข้อซักถาม จึงมั่นใจว่าแผลต่างๆที่ฝ่ายค้านมี รัฐบาลทุกคนมั่นใจว่าเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น ไม่มี และมั่นใจว่าสามารถตอบข้อชี้แจงของฝ่ายค้านที่กล่าวหาได้
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะมีการตั้งองครักษ์เพื่อพิทักษ์รัฐมนตรีหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการตั้งองครักษ์ แต่หากถูกกล่าวพาดพิงพรรคการเมือง จะทำให้พรรคการเมืองเสียหาย หรือพาดพิงถึงสส. คนไหน คิดว่าสส. ก็มีสิทธิ์ที่จะชี้แจงในสิ่งที่ถูกพาดพิง สิ่งที่เราได้พูดคุยกันคือพยายามให้การประชุมอยู่ในกรอบของข้อบังคับ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยจะร่วมสนับสนุนด้วยหรือไม่ เพราะไม่มีรัฐมนตรีถูกอภิปราย นายกรวีร์ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลเองแม้จะไม่มีรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย คิดว่าการอภิปราย นายกรัฐมนตรีสามารถมอบให้รัฐมนตรีอื่นชี้แจงได้หากเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่อง หรือเป็นประเด็นที่ถูกโจมตีแล้วไปเกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาลเป็นสิทธิ์พรรคร่วมรัฐบาลที่ชี้แจงต่อที่ประชุมได้ รวมถึง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ถ้ามีการพาดพิงและทำให้พรรคการเมืองเขาเสียหาย ตามข้อบังคับควรให้ทุกฝ่ายมีสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริง ไม่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยว
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงว่า ยืนยันในกรอบระยะเวลา 5วันเช่นเดิม เพราะเทียบเคียงกับกรณีในอดีตจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจำนวนมากกว่าในอดีตด้วยซ้ำ ในอดีตได้การอภิปรายถึง 4 วันเต็ม เวลาที่เสนอเหมาะสมแล้ว แต่การตัดสินใจคือการประชุมร่วมกันวิปร่วม และคนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสามารถบริหารจัดการตารางงานตัวเองได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การจัดทัพของฝ่ายค้านตอนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เราพร้อมทุกวินาที อยู่ที่รัฐบาลเองมากกว่าว่าให้เราซักฟอกรัฐบาลเมื่อไหร่ จำนวนคนตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้แต่มีตัวเลขในใจอยู่แล้ว ส่วนประเด็นสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้ คือ ชี้ให้เห็นว่าระบอบน้ำเงินเป็นภัยคุกคามต่อประเทศจริงๆการดำเนินนโยบายของรัฐบาล จริงๆ แล้วถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่พวกเราพยายามชี้ให้เห็นว่า นอกเหนือจากการใช้อำนาจหน้าที่ในฝ่ายบริหารแล้วอาจจะเกี่ยวโยงกับส่วนอื่นๆ ด้วย ซึ่งนอกเหนือจากส.ว. และองค์กรอิสระ ยังมีเรื่องการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนหรือในภาคส่วนอื่นๆ เช่นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ดังนั้น ก็อยู่ในกรอบญัตติทั้งหมดที่ได้ยื่นไป ประเด็นสำคัญคือการที่เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าการบริหารราชการแผ่นดินรัฐบาลล้มเหลวอย่างไรมากกว่า เรื่องหลายเรื่องแม้จะไม่ได้มีใบเสร็จตายตัว เช่น การโกงเลือกส.ว. เมื่อเอาจิ๊กซอว์ส่วนต่างๆ มาประกอบให้เห็นภาพรวมก็จะเห็นกลโกงที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับการบริหารราชการแผ่นดินบางเรื่องมีหลักฐานชัดบางเรื่องอาจจะไม่มีแต่ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลบริหารงานได้สำเร็จ จะใช้วิธีอภิปรายไม่ไว้วางใจทำให้ประชาชนเห็น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความชัดเจนกรณีปรากฏภาพร่วมรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ร้านอาหารอินเดีย ทำให้ถูกจับตาเรื่องการเมืองว่าพรรคกล้าธรรมจะมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ โดยนายกฯ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “หิวๆ” พร้อมหันมายิ้มหลังสื่อถามยังไม่ถึงเวลาตอบเรื่องนี้ใช่หรือไม่ และปฏิเสธตอบคำถามถึงการขอเสียงสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กมธ. จะมีการพิจารณาวาระการเสนอสินบนเกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์ และการติดตาม ควบคุมการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ว่า การประชุมครั้งนี้จะเชิญ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายไท่หยาง ซาง สามีน.ส.สุชาดา เข้าชี้แจง แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อว่าจะมาชี้แจงหรือไม่



