‘ศิริโชค’ จี้ ‘ไอเดียร์’ เปิดหลักฐานสามีขายหุ้นโยง Shuffle ถามเงินขายหุ้นอยู่ไหน ชี้ทะเบียน BVI ไขวันโอนจริง
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่า นายไท่หยาง ซาง สามี ลงทุนในบริษัท Mixed Order Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (British Virgin Islands หรือ BVI) จริง โดย BVI เป็นเจ้าของบริษัท Natural Nine B.V. ซึ่งจดทะเบียนในประเทศกูราเซา (Curaçao) ขณะที่ บริษัท Natural Nine B.V. เป็นผู้ดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ Shuffle.com ปัจจุบันสามีไม่มีหุ้นใน Mixed Order Limited ในสัดส่วน 1.47% ดังกล่าวแล้ว เนื่องจากขายหุ้นดังกล่าวไปแล้ว ตั้งแต่ก่อนตนได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
นายศิริโชคระบุว่า จาก “ไม่รู้ว่าสามีทำอาชีพอะไร” ถึง “ขายหุ้นบ่อนแล้ว” เปิดปมคำชี้แจงสุชาดา กับวันที่โอนหุ้นใน BVI ที่อาจไขความจริงทั้งหมด
ผมติดตามคำชี้แจงของนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “ไอเดียร์” ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับธุรกิจของนายไทหยาง จาง ผู้เป็นสามี มาหลายสัปดาห์ และยิ่งฟังก็ยิ่งสงสัยว่า เหตุใดเรื่องที่ควรอธิบายได้ตั้งแต่แรก กลับมีรายละเอียดสำคัญทยอยปรากฏออกมาภายหลัง
เริ่มจากคำตอบในทำนองว่าไม่รู้ว่าสามีประกอบอาชีพอะไร ทั้งที่ต่อมาปรากฏข้อมูลว่าสามีมีการลงทุนในธุรกิจหลายแห่ง รวมถึงบ่อนการพนันออนไลน์ Shuffle.com
เมื่อเรื่องเริ่มได้รับความสนใจ สุชาดาแจ้งผู้สื่อข่าวว่าสามีจะออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง แต่เมื่อถึงวันที่ 14 ตุลาคม กลับไม่มีการแถลงข่าว และมีคำอธิบายว่าไม่เคยนัดหมายไว้ตั้งแต่แรก จนผู้สื่อข่าวนำหลักฐานการแจ้งนัดหมายก่อนหน้านั้นออกมาแสดง
การเปลี่ยนใจไม่แถลงข่าวเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การปฏิเสธว่าไม่เคยนัดหมาย ทั้งที่เคยแจ้งผู้สื่อข่าวไว้ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ต่อมาในการพบปะผู้นำท้องถิ่น สุชาดากล่าวว่าสามีถือหุ้นในธุรกิจกาสิโนประมาณ 1% โดยอธิบายว่าเป็นการลงทุนเพียงเล็กน้อย
แต่วันที่ 20 ตุลาคม เธอกลับให้ตัวเลขที่ชัดเจนขึ้นเป็น 1.47% ในบริษัท Mixed Order Limited ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกิจการบ่อน Shuffle.com พร้อมคำชี้แจงเพิ่มเติมว่าสามีขายหุ้นทั้งหมดไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2569 ก่อนการเลือกตั้ง
หากขายหุ้นไปตั้งแต่เดือนมกราคมจริง เหตุใดก่อนหน้านี้จึงพูดถึงการถือหุ้นประมาณ 1% โดยไม่ได้บอกว่าเป็นหุ้นที่ขายไปแล้ว และเหตุใดเรื่องการขายหุ้นจึงเพิ่งถูกเปิดเผยหลังจากสังคมตั้งคำถามมานานกว่าครึ่งเดือน?
หุ้น 1.47% ที่สุชาดาพูดถึงอาจไม่ได้เป็นการลงทุนเล็กน้อยอย่างที่อธิบาย
จากงบการเงินปี 2568 ที่ผมได้รับ Natural Nine B.V. ผู้ดำเนินธุรกิจบ่อน Shuffle.com มีกำไรสุทธิประมาณ 40.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,341 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 1,520 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ผมเคยนำกรณีการซื้อขายหุ้นในธุรกิจการพนันของ Entain CEE มาเป็นตัวอย่างการประเมินมูลค่ากิจการ โดยใช้ตัวคูณประมาณ 10 เท่าของกำไรจากการดำเนินงาน
เมื่อนำหลักการเดียวกันมาคำนวณกับบ่อน Shuffle.com จะได้มูลค่ากิจการประมาณ 15,200 ล้านบาท
หากคิดตามสัดส่วนหุ้น 1.47% ที่สุชาดาเปิดเผย มูลค่าหุ้นดังกล่าวจะอยู่ที่ประมาณ 223.44 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาเสนอขายเบื้องต้นที่อาจตั้งได้ตามวิธีประเมินนี้
ส่วนกำไรสุทธิของบ่อน Shuffle.com หากคิดตามสัดส่วน 1.47% ก็เท่ากับประมาณ 19.71 ล้านบาทภายในปีเดียว แม้ตัวเลขนี้จะไม่ใช่เงินปันผลที่ยืนยันว่าจ่ายจริงก็ตาม
ผมย้อนกลับไปดูบัญชีทรัพย์สินที่สุชาดายื่นต่อ ป.ป.ช. พบว่ามีรายการถือหุ้นในบริษัทหลายแห่ง บางบริษัททำกำไรเพียงเล็กน้อย บางบริษัทขาดทุน แต่ก็ยังคงถือหุ้นเหล่านั้นอยู่
กลับกลายเป็นว่าหุ้นในธุรกิจบ่อน Shuffle.com ซึ่งทำกำไรปีละกว่าพันล้านบาท เป็นหุ้นที่สามีของเธอบอกว่าตัดสินใจขายออกไปตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ก่อนจะรู้ด้วยซ้ำว่าภรรยาจะได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.หรือไม่
ทำไมจึงเลือกขายหุ้นในธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาล แต่ยังถือหุ้นในบริษัทอื่นที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าหรือขาดทุน?
และหากขายหุ้นไปแล้วจริง เงินที่ได้รับจากการขายไปอยู่ที่ไหน?
เพราะในบัญชีทรัพย์สินที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ยังไม่พบรายการที่ระบุชัดเจนว่าเป็นเงินจากการขายหุ้นบ่อน Shuffle.com
สุชาดายังอธิบายว่า เธอเคยแจ้งการถือหุ้นดังกล่าวต่อ ป.ป.ช.แล้ว ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี
แต่บัญชีทรัพย์สินที่ยื่นในฐานะเลขานุการรัฐมนตรีไม่ได้เปิดเผยให้ประชาชนตรวจสอบได้ในลักษณะเดียวกับบัญชีทรัพย์สินของ ส.ส. ประชาชนจึงไม่สามารถเปิดดูได้ด้วยตนเองว่าเธอเคยแจ้งหุ้นดังกล่าวจริงหรือไม่ แจ้งจำนวนเท่าไร และแจ้งมูลค่าไว้เท่าใด
นี่คือจุดที่ทำให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือของระบบตรวจสอบทรัพย์สินของ ป.ป.ช.
เพราะหากนักการเมืองสามารถอ้างว่าเคยแจ้งทรัพย์สินแล้ว แต่ประชาชนไม่มีโอกาสตรวจสอบเอกสารที่ถูกนำมาอ้าง สุดท้ายประชาชนก็ต้องเชื่อคำชี้แจงของนักการเมือง และเชื่อคำรับรองของหน่วยงานรัฐอีกทอดหนึ่ง
แต่ข้อสงสัยสำคัญที่สุดอยู่ที่คำกล่าวอ้างว่าสามีขายหุ้นไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม
บริษัท Mixed Order Limited จดทะเบียนอยู่ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน หรือ BVI ซึ่งมีกฎหมายเกี่ยวกับการโอนหุ้นที่ชัดเจน
มาตรา 54(😎 ของกฎหมาย BVI Business Companies Act (กฎหมายบริษัทธุรกิจของหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน) กำหนดให้การโอนหุ้นจดทะเบียนมีผลเมื่อชื่อผู้รับโอนถูกบันทึกลงใน Register of Members (ทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท)
ดังนั้น การมีสัญญาซื้อขายหุ้นที่ลงวันที่เดือนมกราคม ไม่ได้หมายความว่าการโอนกรรมสิทธิ์ในหุ้นเกิดขึ้นในเดือนมกราคมแล้ว
วันที่สำคัญคือวันที่ชื่อผู้ซื้อถูกบันทึกลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท
นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2568 บริษัทใน BVI ยังมีหน้าที่นำส่งทะเบียนผู้ถือหุ้นและแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนกิจการบริษัทตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ประวัติการยื่นข้อมูลจึงเป็นหลักฐานอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ได้
สุชาดาอ้างว่าสามีขายหุ้นตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม แต่วันที่ในสัญญาซื้อขายไม่ใช่หลักฐานยืนยันวันโอนกรรมสิทธิ์ สิ่งที่จะพิสูจน์คำกล่าวอ้างนี้ได้คือวันที่ชื่อผู้ซื้อถูกบันทึกในทะเบียนผู้ถือหุ้นที่ BVI หากวันที่ดังกล่าวไม่ใช่เดือนมกราคม ก็ต้องตรวจสอบว่าการขายที่สุชาดาพูดถึงเกิดขึ้นในขั้นตอนใดและเมื่อไรกันแน่
คำถามจึงไม่ได้มีเพียงว่าสามีขายหุ้นหรือไม่ แต่รวมถึงใครเป็นผู้ซื้อ ราคาขายเท่าไร และการโอนหุ้นเกิดขึ้นจริงเมื่อใด
เมื่อนำคำชี้แจงทั้งหมดมาเรียงตามลำดับ ตั้งแต่เรื่องอาชีพของสามี การแถลงข่าวที่ไม่เกิดขึ้น การถือหุ้นประมาณ 1% ก่อนจะกลายเป็น 1.47% และการเปิดเผยเรื่องขายหุ้นก่อนเลือกตั้ง ก็เห็นได้ว่ามีรายละเอียดสำคัญหลายเรื่องที่เพิ่งปรากฏภายหลัง
สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ เงินกว่า 223 ล้านบาทเป็นจำนวนที่แม้แต่จะฝันถึงก็ยังยาก แต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินมหาศาลเช่นนี้กลับยังมีข้อเท็จจริงสำคัญที่ไม่ปรากฏต่อสาธารณะ
ความน่าเชื่อถือของคำชี้แจงไม่ได้อยู่ที่ว่าพูดกี่ครั้ง แต่อยู่ที่ข้อเท็จจริงสามารถตรวจสอบได้หรือไม่
และในเรื่องนี้ วันที่ที่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ BVI อาจบอกความจริงได้มากกว่าคำชี้แจงทั้งหมดที่ผ่านมาเสียอีก

