“ภราดร” เผย ปภ. ชงงบ 10,500 ลบ. เข้าครม.เยียวยาน้ำท่วมเพิ่ม ขู่คนเซ็นรับรองสิทธิต้องรับผิดชอบ หากตรวจสอบแต่ไม่เข้าเงื่อนไข เชื่อจ่ายเงินไม่สะดุด เหตุจ่ายเงินล่าช้าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินแต่อยู่ที่กระบวนการตรวจสอบ
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วานนี้ (19 ต.ค.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เสนอของบกลางปี 2570 จำนวน 10,500 ล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยเพิ่มเติม ซึ่งรอบนี้น่าจะครอบคลุมประชาชนในพื้นที่ที่เหลือทั้งหมด โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวจะเข้าสู่ที่ประชุมครม.ใน
วันนี้ (20 ต.ค.) แน่นอน พร้อมเชื่อว่าการจ่ายเงินจะไม่สะดุด เพราะเงินก้อนเดิมเมื่อวาน (19 ต.ค.) ยังมีการจ่ายอยู่ และหากครม.อนุมัติในวันนี้ วันพรุ่งนี้ หรือมะรืนก็สามารถที่จะดำเนินการจ่ายต่อได้ทันที เพียงแต่วันนี้ปัญหาความล่าช้าไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่อยู่ที่กระบวนการตรวจสอบ ยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ กทม. ที่ไม่เหมือนกับพื้นที่ต่างจังหวัดที่การจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชนไม่ได้มีปัญหา แต่ในส่วนของกทม. อาจจะมีปัญหาติดขัดบ้าง เพราะเจอกับปัญคอขวด ซึ่งวานนี้ (19 ต.ค.)ได้มีการหารือกับ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ที่กำกับดูแลกทม. ให้ไปพูดคุยกับทางเขตว่าจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ให้รวดเร็วขึ้นได้อย่างไร แต่ความรวดเร็วจะต้องถูกต้อง และแม่นยำด้วย เพราะเกรงว่าจะเกิดการร้องเรียนตามหลังมาอีกมาก
เมื่อถามถึงการจ่ายเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ที่ขณะนี้มีบางคนถูกเรียกคืน นายภราดร ระบุว่า ต้องยึดหลักการการจ่ายเงินเยียวยา โดยรัฐจะจ่ายเงินเยียวยาให้เฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบตามเงื่อนไข ซึ่งเงื่อนไขแรกคือต้องเป็นเจ้าของบ้านหรือบุคคลที่อยู่ในบ้านน้ำท่วม และได้รับความเสียหาย จำนวน 9,000 บาท และ คนที่ถูกน้ำล้อม 7 วันจะได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ใครที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขนี้แต่อยากจะทดสอบสิทธิ์แต่สุดท้ายกระบวนการตรวจสอบเป็นเรื่องของฝ่ายท้องถิ่น ซึ่งในกทม.คนที่จะตรวจสอบ และยืนยันว่าได้รับสิทธิคือเขตต่างๆ
เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการเรียกคืน นายภราดร กล่าวว่า ต้องไปถามทางเขต แต่เงินนี้คือเงินของรัฐ คนที่จะได้รับเงินคือคนที่เข้าเงื่อนไขความเดือดร้อนเท่านั้น ส่วนใครที่ไม่เข้าเงื่อนไขความเดือดร้อนท่านก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ แต่หากทำด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรืออะไรก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของทางเขตที่จะไปติดตามคืนหรืออาจมีการดำเนินคดีหากมีการร้องเรียนเข้ามา ซึ่งคนที่ต้องรับผิดชอบคือคนที่ไปยืนยันสิทธิให้กับคนที่ไม่สมควรจะได้รับ
ส่วนกรณีที่ขณะนี้มีการสวมสิทธิการรับเงินเยียวยาเกิดขึ้นจะเอาผิดได้อย่างไรบ้าง นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถที่จะลงไปรู้ลึกในรายละเอียดได้ ว่าทางท้องถิ่นตรวจสอบกันมาแบบไหน แต่ตามหลักการคนที่ยืนยันสิทธิให้กับใครคนใดคนหนึ่งที่ไม่สมควรได้รับสิทธิ เมื่อมีผู้ร้องเรียนเข้ามาแล้วตรวจสอบพบว่ามีการกระทำการทุจริต แน่นอนว่าจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย นี่คือหลักการพื้นฐาน แต่ในรายละเอียดในฐานะที่ตนกำกับดูแลสำนักงบประมาณคงไม่สามารถลงไปดูในรายละเอียดได้ เพราะถ้าหน่วยงานขอเงินขึ้นมาเท่าใด เราก็มีหน้าที่นำเข้าครม. ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนรายละเอียดก็เป็นเรื่องของท้องถิ่นที่จะนำเสนอขึ้นมา พร้อมย้ำว่า คนที่ต้องรับผิดชอบคือคนที่ยืนยันสิทธิให้กับบุคคลเหล่านั้น

