หน้าแรก การเมือง ไอติม สวน สว....

ไอติม สวน สว.สีน้ำเงินร้องจริยธรรม ปมแฉฮั้ว ส.ว. ย้อน มีส่วนได้เสีย อุ้มผู้มีพระคุณภูมิใจไทย

20.10.26 | 11:06 น.

ไอติม ย้อนสว.ร้องจริยธรรม แฉฮั้ว ส.ว. ซัด ไม่ต้องมาสอน เพราะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่เหมือน สว.สีน้ำเงิน มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำเพื่อผู้มีพระคุณใน “ภูมิใจไทย”

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่ ส.ว.ยื่นสอบจริยธรรมกรณีที่ออกมาเปิดข้อมูลเรื่องฮั้วส.ว.ว่า ก็เห็นจากข่าวเหมือนกัน และเห็นเอกสารที่ปรากฏออกมาแต่ยังไม่มีลายเซ็น เลยไม่รู้ว่ายื่นไปเรียบร้อยแล้วหรือยัง แต่ตนเองก็พร้อมอยู่แล้วที่จะเข้าสู่ทุกกระบวนการตรวจสอบ ก่อนหน้านี้ที่คณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญตัวเองไปสอบถามในเรื่องดังกล่าว ก็ให้ความร่วมมือเต็มที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการ

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ผมไม่เชื่อว่าสิ่งที่ผมทำหรือขัดต่อจริยธรรม ความจริงแล้วต้องย้ำว่า หากสมมุติมีข้อมูลหรือความปรากฏว่ากลุ่มการเมืองหนึ่งพยายามจะเข้าไปโกงการเลือกส.ว. เพื่อเข้าไปยึดกุมองค์กรอิสระ แลทลายกลไกการตรวจสอบ สร้างสภาวะทางการเมืองเขาทำอะไรก็ไม่ผิด ผมคิดความจริงส.ส.ที่มีจริยธรรมที่ดี ที่ได้รับมอบหมายมาผ่านการเลือกตั้งก็ไม่ควรนิ่งเฉย และควรทำเต็มที่ เพื่อตรวจสอบ และทำความจริงนั้นให้ปรากฏออกมา เพื่อทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไม่ลอยนวลพ้นผิด ขอยืนยันว่า การทำหน้าที่ของผม เป็นการทำหน้าที่ ที่เชื่อว่าประชาชนมอบหมายให้ คิดว่าไม่มีอะไรที่เป็นการฝ่าฝืนจริยธรรม


เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่จะกระทบต่อการทำหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้าน เพราะในคำร้องอยากให้หยุด ปฏิบัติหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้านในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสอบจริยธรรม นายพริษฐ์ กล่าวว่า ถ้าตนเข้าใจถูกต้อง คำร้องไม่ได้เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของการทำหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้านในภาพรวม แต่เมื่อประธานวิปฝ่ายค้านโดยตำแหน่ง ไปเป็นหนึ่งในกรรมการจริยธรรม ก็มีการเรียกร้องในคำร้องให้ตนไม่ไปเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีที่ตนเองเป็นผู้ถูกกล่าวหา

“ความจริงไม่ต้องเรียกร้อง ผมก็พร้อมอยู่แล้ว ผมเข้าใจดี ถึงหลักการเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ถึงแม้ไม่เรียกร้องมา ผมตั้งใจอยู่แล้วว่าหากมีเรื่องใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับผม และผมมีส่วนได้ส่วนเสีย ผมก็ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวในฐานะกรรมการที่จะไปพิจารณาคดีหรือข้อร้องเรียนต่าง ๆ ซึ่งเป็นหลักการที่ผมยึดมั่นมาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่ผมขอตั้งคำถามว่าหากผู้ร้องเป็นไปตามข่าวที่ได้ยินมา ว่าเป็นส.ว.สีน้ำเงิน ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งดี ว่าส.ว.ดังกล่าวพยายามที่จะมาเรียกร้อง และสอนผม เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีส่วนในการตั้งคนไปเป็นกกต. ซึ่งท้ายสุดก็มาลงมติ ยกคำร้องให้กับส.ว.จำนวนมาก รวมถึงผู้มีพระคุณในพรรคภูมิใจไทย หรือผู้มีพระคุณทั้งในและบนพรรคภูมิใจไทย”

เมื่อถามว่ามองว่าคำร้องดังกล่าว จะมีปัญหาต่อตนเองหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้เจตนา แต่ตนพร้อมเข้าสู่ทุกกระบวนการอยู่แล้ว

Advertisement