หน้าแรก การเมือง โรม เย้ย พรรค...

โรม เย้ย พรรคน้ำเงิน ไร้สมานฉันท์ อย่าเพิ่งมองไกล ใช้เวทีซักฟอกเปลี่ยนเก้าอี้ให้‘กล้าธรรม’ 

20.10.26 | 14:41 น.

‘โรม’ เย้ย ‘พรรคน้ำเงิน’ ไร้สมานฉันท์ อย่าเพิ่งมองไกล ใช้เวทีซักฟอกเปลี่ยนเก้าอี้ให้ ‘กล้าธรรม’ ของมันยังไม่แน่นอน มั่นใจข้อมูลอภิปรายไม่ก้าวก่ายพรรคร่วม มีประสิทธิภาพแน่นอน รอคุยกรอบเวลาพรุ่งนี้ ยันไม่ยอมให้รัฐบาลเอาเปรียบ

 

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่อาคารอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านมีการแบ่งประเด็นในการอภิปรายอย่างไรบ้าง ว่า เราทำงานแบบเคารพซึ่งกันและกัน สิ่งสำคัญคือการบริหารเวลาโดยดูสัดส่วนของ ส.ส.แต่ละพรรคการเมือง บางพรรคอาจจะมี ส.ส.ไม่มากก็อาจจะได้เวลาไม่เยอะ ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลว่าเวลาพูดถึงเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราให้ความสำคัญกับการอภิปราย 5 วันอย่างมาก เพราะจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายและผู้ที่จะทำการอภิปรายค่อนข้างเยอะ เราจึงต้องบริหารเวลาอย่างดีที่สุด ส่วนการจัดคนอภิปรายของพรรคประชาชน ขอพูดในภาพรวมว่าครอบคลุมทุกประเด็น


นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า อย่างที่ 2 คือหัวข้อการอภิปราย จริงๆ ตนไม่ค่อยอยากจะพูดมากเท่าไหร่ เรายังถือว่าเป็นเรื่องลับที่อาจจะได้เห็นในไม่นานในการอภิปราย แต่เราพยายามให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ได้ไปนั่งไล่ถามว่าคนนั้นจะอภิปรายเรื่องอะไร คนนี้จะพูดเรื่องอะไร เราถือว่าแต่ละพรรคการเมืองมีวุฒิภาวะ และเราเชื่อมั่นว่าจะทำหน้าที่ให้สมกับความไว้วางใจของประชาชนที่เฝ้ารอดูอยู่ แต่อาจจะมีบางประเด็นที่ต้องพูดคุยกัน เพื่อให้การทำหน้าที่ออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการอภิปรายและใช้ข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกัน นายรังสิมันต์กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องซ้ำกัน หรือเป็นเรื่องที่ไม่มีประสิทธิภาพ รัฐบาลก็ชี้แจงง่าย แล้วรัฐบาลจะกังวลอะไร ถ้ารัฐบาลรู้สึกว่าเรื่องที่ฝ่ายค้านพูดไปไม่มีประเด็นอันเป็นสาระอะไรเลย ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องเหล่านี้ เพราะประชาชนจะด่าฝ่ายค้านเอง แต่วันนี้ที่รัฐบาลพยายามพูดเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาก็เพราะรู้ว่าน้ำหนักที่ฝ่ายค้านจะพูดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีสูงมากและอาจสร้างผลสะเทือนต่อรัฐบาล ดังนั้น การที่รัฐบาลพยายามแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องห่วงเรื่องการโหวต มีเสียงแน่น และทุกคนอยู่ในไลน์การสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งตนมองว่าการพยายามออกมาแสดงแบบนี้มากขึ้น ทำให้ประชาชนมองว่าเป็นการดิ้นและไม่นิ่งพอ

“เรายืนยันว่าเราทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา บางเรื่องอาจจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่สาระ และประเด็นอาจจะไม่เหมือนกัน ดังนั้นยืนยันว่าการอภิปรายครั้งนี้มีประสิทธิภาพแน่นอน ส่วนจะนำไปสู่ผลของการดำเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่ มันยังมีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดเรามั่นใจในข้อมูลเอกสารทั้งหมด ไม่ใช่พูดแบบน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง” นายรังสิมันต์กล่าว

Advertisement

ถามต่อว่า มองว่ารัฐบาลจะใช้เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในการเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรีเพื่อดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ในส่วนของพรรคกล้าธรรมนั้นต้องรอดูก่อน เพราะเวลาเราจับสัญญาณเรื่องนี้ ตนไม่ค่อยมั่นใจว่าเพื่อน ส.ส.ข้างสีน้ำเงินจะแฮปปี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ ตนไม่ขอลงรายละเอียดเพราะเดี๋ยวคนที่ให้ข้อมูลกับตนจะเดือดร้อน แต่ตนคิดว่ามีกระบวนการบางอย่างที่ไม่ได้เป็นความสามัคคี หรือสมานฉันท์ในฝ่ายสีน้ำเงินแน่ๆ แต่อย่างน้อยต้องดูก่อนว่า สุดท้ายแล้วทางพรรคการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเข้าไปร่วมได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะตัดสินใจอย่างไร

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า สำหรับเราเรื่องนี้ก็ต้องรอดู เราขอให้ความสำคัญกับเนื้อหาการอภิปรายและทำให้การอภิปรายครั้งนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนใครจะจับมือกับใคร จะโยกย้ายใคร อย่าเพิ่งไปคิดถึงตอนนั้น เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจของฝ่ายค้านที่จะไปดำเนินการอะไรได้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า แคมเปญพรรคประชาชนคือ “กินรวบ รวยแล้วหรือยัง บริหารประเทศรายวัน” ดูเบาไปหรือไม่เมื่อเทียบกับแคมเปญของพรรคประชาธิปัตย์ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยังไม่ใช่แคมเปญของพรรคประชาชน ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะอภิปรายเมื่อไหร่ การจะฉายภาพให้ชัดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขอให้รอติดตาม คงไม่จำเป็นต้องรีบในตอนนี้ เพราะตอนนี้ยังไม่รู้อะไรเลย แต่จะมีการพูดคุยกันในวันที่ 21 ตุลาคม และคิดว่ายังต้องมีการคุยต่อ ซึ่งแน่นอนว่าเราจะไม่ยอมให้ฝ่ายรัฐบาลเอาเปรียบ