หน้าแรก การเมือง ครม. เทงบกลาง...

ครม. เทงบกลาง 10,508 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม โฆษกรบ.โต้ ข่าวบิดเบือนงบหมด ทำปชช.ตระหนก

20.10.26 | 16:48 น.

ครม. เทงบกลาง 10,508 ล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม ยัน ดูแลทุกพื้นที่ทั่วถึง โต้ บิดเบือน งบหมด ทำปชช.ตระหนก ข้องใจกทม.ปมตรวจสอบข้อมูล ผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ปี 2570 วงเงิน 10,508 ล้านบาท เพื่อกันไว้สำหรับการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย เพื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมไว้ในการจ่ายเยียวยา ซึ่งขณะนี้มีประชาชนอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ เพื่อขอรับการเยียวยาประมาณ 1 ล้านครัวเรือน

นายเอกภพ กล่าวว่า ครม.ให้ความสนใจและให้ข้อคิดเห็นหลากหลายว่า สิ่งที่เห็นจากสื่อโซเชียล และการนำเสนอข่าวในช่วงที่ผ่านมา มีประเด็นข่าวที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริงอยู่หลายเรื่องหลายประเด็น เช่น การจ่ายเงินล่าช้า ซึ่งระบบเดิมของการเยียวยาเมื่อเกิดภัยทางท้องถิ่น เทศบาล จะต้องไปสำรวจความเสียหายและผู้อาศัยในบ้าน เพื่อขึ้นทะเบียนผู้ได้รับความเสียหายและประสบภัย และส่งข้อมูลให้ ปภ.รวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอของบกลางเยียวยา ทำให้ต้องใช้เวลาในการรับเงินเยียวยา ประมาณ 1 เดือน อย่างช้า 2-3 เดือน แต่ภัยพิบัติในรอบนี้เกิดช่วงปลายเดือนกันยายน และใกล้หมดปีงบประมาณ 2569 ครม. จึงเห็นชอบอนุมัติเงิน 4,700 ล้านบาท ไว้สำหรับเยียวยาโดยเร็วที่สุด และในช่วง 2-3 สัปดาห์ ปภ.ได้เร่งจ่ายไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท โดยใช้เวลาดำเนินการภายในหนึ่งวันในการโอนเงินเยียวยา แต่กลับถูกบิดเบือนว่าเงินงบประมาณหมดแล้ว ทำให้ประชาชนเกิดความไม่สบายใจและไปต่อแถวลงทะเบียนเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับเงิน


นอกจากนั้นยังมีการบิดเบือนว่าการ ลงทะเบียนผ่านทางแอพพ์ “ทางรัฐ” ทำให้เกิดความล่าช้าและไม่ได้เงิน จึงต้องย้ำว่าเป็นข้อมูลที่ผิด เพราะข้อมูลรายชื่อที่ลงทะเบียนทางแอพพ์ดังกล่าวจะอยู่ในระบบสำหรับตรวจสอบทั้งของท้องถิ่น และ กทม. ว่าแต่รายชื่อจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ ก่อนจะส่งมาที่ปภ.ทำการเบิกจ่ายต่อไป โดยจังหวัดต่างๆ สามารถตรวจสอบได้ว่าลูกบ้านแต่ละคนอยู่ที่ใด แต่มีคำถามว่าเหตุใด กทม. ส.ก. ส.ส.จึงไม่รู้เรื่อง และไม่เข้าไปสำรวจหากการลงทะเบียนติดขัด รวมถึง กทม.ไม่ได้เปิดเอพีไอเชื่อมกับแอพพ์ทางรัฐ ในกรณีการจ่ายเงินทดลองราชการเพื่อใช้สำหรับซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย จึงมีข้อติดขัด ดังนั้นแอพพ์ทางรัฐไม่ได้มีปัญหา แต่กลายเป็นระบบหรือคนที่ลงไปดูหน้างานมีปัญหา ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างการเยียวยาในท้องถิ่นกับ กทม. และในงบกลางครั้งนี้ทาง กทม. ยื่นคำขอมากว่า 1 ล้านครัวเรือน ทั้งที่มีการเบิกจ่ายไปก่อนหน้านี้กว่า 3 แสนครัวเรือน กทม. ต้องไปตรวจสอบและคัดกรองคนที่ได้รับการเยียวยาว่าเป็นผู้ประสบภัยจริงหรือไม่

“ไม่อยากให้คนที่เป็นตัวแทนประชาชน ออกมาให้ข้อมูลและสร้างความตื่นตระหนก แล้วทำให้ชาว กทม. ไปต่อคิวรอรับการเยียวยา ขอย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งเยียวยาประชาชน ในพื้นที่ประสบอุทกภัยโดยเร็วที่สุดไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใด”