หน้าแรก การเมือง คลัง ยัน ไทย ...

คลัง ยัน ไทย ไม่ซ้ำรอย ม็อบฝรั่งเศส ชี้ มีกันชนสูง-ไม่ตัดสวัสดิการที่จำเป็นประชาชน

21.10.26 | 09:26 น.

คลัง ยัน ไทย ไม่ซ้ำรอย ฝรั่งเศส กรณีม็อบเดือดหนี้ท่วม ชี้ มีกันชนสูง-ไม่ตัดสวัสดิการที่จำเป็นประชาชน เล็งส่ง โครงการโซลาร์เซลล์ บนหลังคาบ้านเข้า ครม.ภายในเดือนนี้

สืบเนื่องจากกรณีประเทศฝรั่งเศส เกิดการประท้วงรุนแรงจากปัญหาเศรษฐกิจ การขาดดุลงบประมาณ และหนี้สาธารณะสูง จนมีข้อสงสัยว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะเกิดกับประเทศไทยหรือไม่นั้น


เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงทิศทาง และสถานะทางการคลังถึงประเด็นดังกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความมั่นคงทางการคลัง โดยปัจจุบันสถานะการคลังของไทยแตกต่างจากประเทศฝรั่งเศส ประเทศไทยถือว่ายังมีกันชนทางการคลัง (Buffer) อยู่ในระดับสูง และรัฐบาลให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงินการคลังอย่างเข้มงวด ซึ่งเรื่องนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้ความสำคัญอย่างมาก

นายลวรณ กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เกิดจากการตัดลดงบประมาณดูแลประชาชนหรือทำให้คุณภาพการให้บริการลดลง แต่ในส่วนของประเทศไทยยังคงระดับการใช้จ่ายสวัสดิการ และการดูแลประชาชนไว้เท่าเดิม โดยประเทศไทยให้ความสำคัญกับการควบคุมการรั่วไหล และตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นแทน

นายลวรณ กล่าวต่อว่า สถานะความเข้มแข็งทางการคลังของประเทศไทย ยังได้รับการรับรองจากบริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งระดับโลก (Credit Rating Agency) 3 แห่งให้ความเชื่อมั่นกับเศรษฐกิจ และสถานะการคลังของไทย โดยได้ให้การยอมรับ และเห็นถึงวินัยทางการเงินการคลังที่ประเทศไทยปฏิบัติมาโดยตลอด จนนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือดีขึ้น

Advertisement

“ปัญหาหนี้สะสม เป็นเรื่องที่สะสมมานาน และต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ แต่รัฐบาลเน้นย้ำหลักการไม่ก่อหนี้ใหม่โดยไม่จำเป็น และหากมีความจำเป็นต้องกู้เงิน การกู้เงินไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่สำคัญที่ต้องนำเงินไปใช้ในโครงการที่เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพต่อประเทศอย่างแท้จริง” ปลัดฯคลัง ระบุ

นายลวรณ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านประชาชน ว่าขณะนี้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการฯ ได้ประชุมพิจารณารายละเอียดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3–4 วันแล้ว และยังมีการประชุมเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเน้นการพิจารณาโครงการที่มีความเชื่อมโยงกัน เช่น ระบบ Smart ต่างๆ เพื่อขยายผลและเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาในชั้นอนุกรรมการแล้ว 2–3 ครั้ง เพื่อตรวจดูรายละเอียดอย่างรัดกุมรอบคอบ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

เมื่อถามว่า จะสามารถเสนอ ครม.ได้ภายในเดือนนี้หรือไม่ ปลัดฯคลัง ระบุว่า น่าจะได้ในเดือนนี้

เมื่อถามถึงความคืบหน้ามาตรการภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จะมีการขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า นายลวรณ กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาตามกระบวนการ โดยเรื่องทั้งหมดต้องรอความชัดเจนจากรองนายกฯ และรมว.คลังจะตัดสินใจเรื่องนี้ต่อไป