สส.ปชน. ถามนายกฯรู้ไหมไทยกำลังเป็นถังขยะโลก เผยขนขึ้นเรือสำแดงเป็นเศษเหล็ก
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า นายกฯ กินข้าวต้มกับอธิบดีกรมศุลฯ อร่อยไหมคะ แล้วได้คุยกันหรือเปล่า ว่าประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นถังขยะโลก ?
ดิฉันเห็นภาพท่านนายกฯ อนุทิน นั่งกินข้าวต้มปลาริมถนนเยาวราชกับอธิบดีกรมศุลกากรเมื่อคืนวันที่ 17 ตุลาคม บรรยากาศดูสบาย ๆ เป็นกันเอง ชาเย็น น้ำเก๊กฮวย ครบครัน
ดิฉันไม่ได้ติดใจว่านายกฯ จะกินข้าวกับใคร แต่ดิฉันอยากถามคำถามเดียวค่ะ ว่าระหว่างมื้อนั้น ท่านได้ถามอธิบดีบ้างไหม ว่าตอนนี้ขยะพิษจากทั่วโลกไหลเข้าประเทศไทยมากแค่ไหน
เพราะถ้าได้ถาม อธิบดีคงต้องเล่าให้ท่านฟังว่า แค่ 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 กรมศุลฯ จับคดีผิดอนุสัญญาบาเซลไปแล้ว 187 คดี น้ำหนักเกือบ 10 ล้านกิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 234 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ศรีราชา บ้านของดิฉันเอง และเมื่อเดือนที่แล้วยังเพิ่งจับตู้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ 48 ตันจากบราซิล ที่สำแดงเป็น “เศษเหล็ก” เพื่อหลอกเจ้าหน้าที่
นี่คือแค่ส่วนที่จับได้นะคะ ส่วนที่หลุดรอดเข้ามา ไปจบอยู่ในโรงงานที่ไหน ฝังอยู่ใต้ดินแปลงไหน ไหลลงคลองสายไหน คนที่รู้ดีที่สุดคือชาวบ้านที่ต้องดมกลิ่น ต้องใช้น้ำ ต้องเลี้ยงลูกอยู่ข้าง ๆ โรงงานเหล่านั้น
ท่านนายกฯ เพิ่งเรียกประชุมเรื่องโรงงานพิษปราจีนบุรีเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ดิฉันอยากให้เข้าใจว่า ปราจีนบุรีไม่ใช่เหตุการณ์โดด ๆ แต่เป็นปลายทางของระบบที่ปล่อยให้ขยะพิษเข้าประเทศได้ตั้งแต่ท่าเรือ ถ้านายกฯ ยังมองมันเป็นข่าวรายวัน แก้เป็นจุด ๆ ไปเรื่อย ๆ ประเทศไทยก็จะเป็นถังขยะของโลกต่อไป
ส่วนท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น วันที่ 19 ตุลาคม ท่านลุกขึ้นตอบกระทู้ในวุฒิสภาอย่างดุเดือด ยืนยันว่าตนเองและครอบครัวไม่มีธุรกิจเกี่ยวข้อง เล่าว่ามีเจ้าของโรงงานที่รู้จักโทรมาเคลียร์ แต่ท่านไม่ยอม ใครผิดจับหมด และบอกว่ามีกฎหมายที่ต้องแก้ให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรกลับมาเป็นผู้แทนอีก
ดิฉันฟังแล้วก็อยากปรบมือให้ค่ะ ถ้ามันจะเกิดขึ้นจริง แต่ประชาชนจำได้ค่ะท่านรัฐมนตรี ว่าท่านเคยยืนพูดในวุฒิสภาแบบนี้มาแล้ว
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย ตั้งกระทู้ถามท่านเรื่องปลาหมอคางดำ ว่าการหาตัวผู้รับผิดชอบไปถึงไหนแล้ว ในขณะที่ปลาระบาดไป 19 จังหวัดชายฝั่ง ชาวบ้านสมุทรสงครามและเพชรบุรีต้องรวมตัวฟ้องคดีกันเอง เพราะไม่มีหน่วยงานรัฐไหนฟ้องให้ ความเสียหายแค่ตำบลแพรกหนามแดงตำบลเดียวก็สูงกว่า 131 ล้านบาทต่อปี
วันนั้นท่านรับว่าลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นความจริง บอกว่าไม่อยากฟ้องแล้วแพ้เพราะหลักฐานไม่แน่น แล้วก็ให้คำมั่นกลางสภาว่า ขอเวลา 7 วัน จะรวบรวมข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลฯ และกรมประมง แล้วกลับมาตอบด้วยตัวเอง เพื่อแสดงความจริงใจของรัฐบาล และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่เข้าข้างใคร
ท่านรัฐมนตรีคะ 7 วันของท่าน วันนี้ผ่านมาเกือบ 5 เดือนแล้ว คำตอบอยู่ไหนคะ คดีอยู่ไหนคะ ใครคือผู้รับผิดชอบ ประชาชนยังไม่ได้รับคำตอบสักข้อ ชาวประมงยังต้องจับปลาหมอคางดำขายกิโลละไม่กี่บาท ส่วนคำมั่นสัญญาในวุฒิสภาวันนั้น ก็เงียบหายไปเหมือนไม่เคยพูด
แล้ววันนี้ท่านกลับมายืนที่เดิม พูดด้วยน้ำเสียงเดิม ว่าจะแก้กฎหมาย จะจับทุกคน จะยึดทรัพย์ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่สมควรเป็นผู้แทน
ประชาชนไม่ได้ต้องการรัฐมนตรีที่พูดเก่งในสภา ประชาชนต้องการรัฐมนตรีที่ทำให้โรงงานพิษถูกปิด ผู้กระทำผิดถูกลงโทษ และกฎหมายถูกแก้จริง
ท่านพูดเองว่าถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เหมาะจะเป็นผู้แทน ดิฉันจะจำคำนี้ไว้ และจะนับวันให้ท่าน ว่ากฎหมายที่ท่านสัญญาจะถูกเสนอเมื่อไหร่ และจับใครได้จริงบ้าง
เพราะครั้งนี้ ประชาชนจะไม่ยอมรับแค่คำพูดอีกแล้วค่ะ

