หน้าแรก การเมือง อภิสิทธิ์ พูด...

อภิสิทธิ์ พูดได้เต็มปาก ปชป.ไม่เห็นด้วย ร่างกม.ภูมิใจไทย ยัน กองทุน สสส.-ไทยพีฯ ต้องเป็นอิสระ

21.10.26 | 14:23 น.

‘อภิสิทธิ์’ ลั่น พูดได้เต็มปาก ปชป.ไม่เห็นด้วย กับร่างกม.ภูมิใจไทย ประกาศจุดยืนชัด 2 กองทุน สสส.-ไทยพีบีเอส ต้องเป็นอิสระ รับงบตรงจากภาษีบาป พร้อมจับมือภาคประชาชนผลักดัน คงหลักการเดิมไว้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับหนังสือจากเครือข่ายแรงงานในระบบ นอกระบบ แพลตฟอร์มไรเดอร์ เครือข่ายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเครือข่ายรัฐสวัสดิการที่เป็นธรรม เพื่อขอให้แสดงจุดยืนคัดค้านและผลักดันให้รัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยถอนร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวข้องกับ 4 องค์กรที่ได้รับงบตรงจากภาษี โดยเฉพาะจากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบริษัทบุหรี่ (Earmarked Tax) หรือภาษีบาป โดยกังวลว่าการเสนอ 4 ร่างกฎหมายนี้ จะนำมาสู่การกินร่วมกองทุน โดยการอ้างถึงวินัยการเงินการคลัง


“คือ 1.ขอให้แสดงจุดยืนคัดค้านร่างแก้ไขกฎหมาย และขอให้ผลักดันให้รัฐบาลถอนร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ออกจากการพิจารณา 2.ขอเรียกร้องให้มีการใช้กลไกการปฏิรูปโครงสร้างองค์กร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วน 3.ขอให้พิจารณา โดยเน้นความสำคัญของผลกระทบต่อแรงงานและครอบครัว และ 4.ขอให้พรรคประชาธิปัตย์พิจารณาอย่างเร่งด่วนในประเด็นผลกระทบทางด้านสุขภาพ ความปลอดภัย ความมั่นคง และขอให้มีข้อเสนอไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว”

ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้นเรื่องการมีกลไกการกันเงินภาษีบาป หรือการกันเงินภาษี เพื่อเป็นวัตถุประสงค์เฉพาะ ซึ่งในช่วงต้นของการออกแบบกองทุน อย่างกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) เราเห็นด้วยกับผู้เสนอในขณะนั้น ที่ผ่านการวิจัยระบบสาธารณสุขว่า งานส่งเสริมหรือสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค มีความสำคัญมากกับการที่จะมีสุขภาวะที่ดีของคนไทย และเห็นด้วยว่าคนที่จะดำเนินการเรื่องนี้ได้ดีคือภาคประชาชน ดังนั้น กองทุนจึงควรมีความเป็นอิสระ มีหลักประกันความมั่นคงเรื่องรายได้เพื่อสนับสนุนการทำงาน

“ดังนั้นกรณีของ สสส. นี่พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า อย่างไรพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ทางพรรคภูมิใจไทยเสนอ” นายอภิสิทธิ์กล่าว

Advertisement

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของสถานีไทยพีบีเอสนั้น เราเห็นว่าการมีสื่อหรือโทรทัศน์ที่เป็นอิสระ ก็ต้องไม่มาพึ่งพาระบบงบประมาณ ที่จะทำให้รัฐบาลมีอำนาจในการต่อรอง ซึ่งจะเห็นว่าความเป็นอิสระในการทำงานของ สสส.และไทยพีบีเอส จึงได้เปิดโอกาส เปิดพื้นที่ให้คนจำนวนมากร่วมทำงาน แต่หากว่าปล่อยอยู่ในระบบปกติคงแทบไม่มีโอกาสที่จะนำเสนอประเด็นสำคัญๆ ในเรื่องของนโยบายทางสังคม หรือปัญหาของคนชายขอบ หรือคนที่มีความเสียเปรียบในสังคม

“ดังนั้น ในส่วนของ 2 กองทุนนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า เราไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงระบบในการที่จะให้มาของบประมาณประจำปีเช่นเดียวกับส่วนราชการ หรือกองทุนอื่นๆ ที่มีอยู่ ส่วนอีก 2 กองทุนนั้น อยู่ในระหว่างการศึกษาหารือถึงความจำเป็นของการที่ต้องใช้ระบบนี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้บอกว่าทั้ง สสส.และไทยพีบีเอส สามารถบริหารงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ หรือไม่มีปัญหา โดยเฉพาะประเด็นที่มีวิวาทะ โจมตีกันไปกันมาในช่วงนี้ แต่ตนยืนยันว่าปัญหาเหล่านั้น สามารถแก้ไขได้ โดยไม่ไปแตะต้องระบบในเรื่องของแหล่งรายได้ ที่จะสร้างความเป็นอิสระ และความมั่นคงในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ กับการมีสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ

นี่คือจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ และจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด จะดูต่อไปว่า เมื่อกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยเข้าไปสู่ขั้นตอนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับรองของนายกรัฐมนตรี การเสนอเข้าสู่ระเบียบวาระหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะร่วมมือกับภาคประชาชนในการขับเคลื่อนต้องรักษาหลักการสำคัญของ 2 กองทุนนี้ไว้เป็นอย่างน้อย