หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 : จัดการขยะพิษ

22.10.26 | 12:07 น.

 

กระแสชาวปราจีนบุรีออกมารวมตัวคัดค้าน ต่อต้านโรงงานประกอบกิจการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่


สร้างแรงกระเพื่อมจนทำให้ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ต้องออกมาจัดการปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

จริงๆ แล้วการต่อต้านมีมาตั้งแต่ช่วงปีก่อนแล้ว ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้ตั้งโรงงานดังกล่าวในพื้นที่ ด้วยข้อกังวลผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

กระทั่งเหตุอุทกภัยล่าสุด ปรากฏคราบน้ำมันและสารพิษจากโรงงานรั่วไหลสู่แหล่งน้ำ นำไปสู่คำสั่งปิดโรงงาน 3 แห่ง

Advertisement

ทั้งข้อสั่งการของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้คุมเข้มเรื่องการกำจัดขยะพิษ การลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มาจากต่างประเทศแล้วเปิดโรงงานแปรรูปขยะ

ข้อสั่งการของ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ให้ตรวจโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม 3,000 แห่งทั่วประเทศ

ถูกมองว่าเป็นเพียงมาตรการในระยะเร่งด่วนเท่านั้น

จึงเกิดคำถามว่า รัฐบาลจะจัดการปัญหานี้อย่างยั่งยืนในระยะยาวอย่างไร

แนวทางหนึ่งของรัฐบาลตามที่ วราวุธ ศิลปอาชา ระบุ คือ การผลักดันร่าง พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม พ.ศ. … เพื่อปฏิรูปการจัดการกากอุตสาหกรรมครบวงจร

จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหามลพิษอย่างทันท่วงที

การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ว่าโรงงาน คุมเข้มกิจการเสี่ยง เพิ่มความรับผิดชอบต่อสังคม-สิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มโทษผู้ฝ่าฝืน

ขณะที่ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม พ.ศ. …

ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (สนง.สผ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเสร็จสิ้นแล้ว

ร่างกฎหมายฉบับนี้ เกี่ยวข้องกับการเงิน มีเป้าหลักเพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมที่เป็นพิษ

ความซ้ำซ้อนในการบังคับใช้กฎหมาย และยกระดับการจัดการกากอุตสาหกรรมให้เป็นระบบ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

มีสาระสำคัญ อย่างเช่น ผู้ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรมรับผิดชอบของเสียที่เกิดขึ้นจนกว่าจะกำจัดแล้วเสร็จ ผู้ขนส่งและผู้กำจัดต้องได้รับใบอนุญาต

กำหนดมาตรการควบคุมขยะอิเล็กทรอนิกส์ ห้ามทิ้งหรือถอดแยกชิ้นส่วนในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม ควบคุมการทิ้งซากรถยนต์ในพื้นที่สาธารณะหรือที่ดินของผู้อื่น

ยังกำหนดให้ผู้รวบรวม ผู้ขนส่ง และผู้กำจัดกากอุตสาหกรรมวางหลักประกันเพื่อเยียวยาความเสียหายเบื้องต้น และทำประกันความเสียหายจากการประกอบกิจการด้วย

ความพยายามที่จะผลักดันร่างกฎหมายเพื่อเข้าแก้ไขปัญหาเหล่านี้ สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โพสต์ข้อความ ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า

ประเทศไทยยังไม่มีระบบการจัดการขยะพิษภายในประเทศที่เป็นระบบ ไม่มีกฎหมายที่ชัดเจน เช่น กฎหมายการรายงานการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTR) ทำให้ขยะจากอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและลักลอบนำเข้ามารวมกัน

โดยเสนอผลักดันกฎหมาย 2 ส่วน 1.กฎหมายการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้หลักการ EPR ให้ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบซากผลิตภัณฑ์ของตนเองจะช่วยเซตระบบการรีไซเคิลในประเทศให้เป็นระบบ ปิดทางขยะนอกประเทศ

2.กฎหมาย PRTR เพื่อบังคับให้โรงงานต้องรายงานสารเคมีและมลพิษที่ปล่อยออกมา ทำให้ชุมชนและภาครัฐตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

รวมทั้งปรับปรุงบทลงโทษผู้ลักลอบนำเข้าและผู้ประกอบการโรงงานรีไซเคิลเถื่อนให้มีโทษปรับที่สูงขึ้นตามมูลค่าความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และยึดทรัพย์กลุ่มทุนที่ทำผิดกฎหมาย

ทั้งหมดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ท้าทาย วัดฝีมือของรัฐบาลในการวางระบบจัดการขยะพิษอย่างจริงจัง สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

สุพัด ทีปะลา