17 จว.และ กทม.ยังท่วม ปภ.เผยภาพรวมน้ำเริ่มลดลง เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง และฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำลดให้กลับมาใช้ชีวิตปกติให้เร็วที่สุด
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง
ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 17 จังหวัด ได้แก่
พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และกระบี่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร รวม 64 อำเภอ 473 ตำบล 3,423 หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานคร 2 เขต 14 แขวง
ประชาชนได้รับผลกระทบ 384,469 ครัวเรือน 1,160,486 คน (ข้อมูล ศอ.ปภ. 22 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.)
ได้แก่
ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก พื้นที่ อ.บางระกำ 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 45 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.นครสวรรค์ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก รวม 4 ตำบล 37 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 517 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.อุทัยธานี 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.สว่างอารมณ์ รวม 11 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 240 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
ภาคตะวันออก จ.นครนายก 2 อำเภอ ได้แก่ อ.องครักษ์ อ.บ้านนา รวม 12 ตำบล 117 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,835 ครัวเรือน เสียชีวิต 6 ราย ระดับน้ำลดลง จ.ปราจีนบุรี 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ศรีมหาโพธิ อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ รวม 12 ตำบล 91 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,641 ครัวเรือน เสียชีวิต 26 ราย ระดับน้ำลดลง จ.ฉะเชิงเทรา 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.เมืองฯ อ.บางคล้า รวม 18 ตำบล 224 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,156 ครัวเรือน เสียชีวิต 8 ราย ระดับน้ำลดลง จ.ชลบุรี พื้นที่ อ.พนัสนิคม รวม 5 ตำบล 37 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 455 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
ภาคกลาง จ.ลพบุรี พื้นที่ อ.เมืองฯ รวม 2 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 142 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.สุพรรณบุรี 8 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองฯ อ.สามชุก อ.อู่ทอง อ.เดิมบางนางบวช รวม 57 ตำบล 548 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,793 ครัวเรือน เสียชีวิต 5 ราย ระดับน้ำลดลง จ.กาญจนบุรี 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.เมืองฯ อ.สังขละบุรี อ.ท่าม่วง อ.ศรีสวัสดิ์ อ.บ่อพลอย รวม 12 ตำบล 30 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 470 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง จ.อ่างทอง 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.เมืองฯ อ.วิเศษชัยชาญ รวม 29 ตำบล 142 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,367 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.พระนครศรีอยุธยา 14 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางปะหัน อ.ลาดบัวหลวง อ.อุทัย อ.นครหลวง อ.วังน้อย อ.บ้านแพรก อ.บางซ้าย อ.มหาราช รวม 187 ตำบล 1,226 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 72,888 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดล
จ.สมุทรปราการ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.บางเสาธง อ.บางบ่อ รวม 6 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,100 ครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย ระดับน้ำลดลง จ.นครปฐม 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บางเลน อ.สามพราน อ.นครชัยศรี รวม 49 ตำบล 385 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,058 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.ราชบุรี 8 อำเภอ ได้แก่ อ.โพธาราม อ.เมืองฯ อ.ดำเนินสะดวก อ.บ้านโป่ง อ.วัดเพลง อ.จอมบึง อ.ปากท่อ อ.บางแพ รวม 31 ตำบล 243 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,689 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง จ.สมุทรสงคราม 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.อัมพวา อ.บางคนที รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,870 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
ภาคใต้ จ.กระบี่ พื้นที่ อ.คลองท่อม รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ระดับน้ำลดลง
กรุงเทพมหานคร 2 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบัง เขตหนองจอก รวม 14 แขวง ประชาชนได้รับผลกระทบ 168,203 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำลดลง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งอธิบดี ปภ. ได้กำชับสำนักงาน ปภ. จังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต ในพื้นที่ประสบภัยให้ความช่วยเหลือประชาชน พื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ และดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

