หน้าแรก การเมือง กมธ.กม.เดือด ...

กมธ.กม.เดือด ภท.ซัดโรม เชิญศิริโชคแจง ไม่ใช่มติกมธ. โต้กันวุ่น ศุภชัยนำซีกรบ.-กธ.วอล์กเอาต์

22.10.26 | 12:37 น.

กมธ.กฎหมายเดือด! ส.ส.ภูมิใจไทย รุมจวก ‘โรม’ เชิญ ‘ศิริโชค’ แจงปมหุ้นเว็บพนัน ‘สามีไอเดียร์’ ไม่ใช่มติ กมธ. ซัดมีปัญหาการใช้อำนาจหลายครั้งแล้ว เจ้าตัวเมิน ให้แจงต่อ ทำ ‘ศุภชัย’ นำ ส.ส.ซีกรัฐบาล-กธ. วอล์กเอาต์จากห้องประชุม

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน และมีการเชิญ นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มาให้ข้อมูล เรื่องหุ้นเว็บพนันของสามี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ. ได้ท้วงติงว่า เรื่องนี้ไม่ใช่มติของคณะ กมธ. ซึ่งเมื่อวานนี้การประชุมกับประธานสภาผู้แทนราษฎร กับประธานคณะกรรมาธิการ 35 คณะ ได้มีการกำหนดแนวทางของการทำงานไว้อย่างชัดเจนว่าก่อนจะดำเนินการ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ต้องถามมติที่ประชุมว่าจะรับเรื่องนี้พิจารณาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมมีมติให้พิจารณาก็ให้ดำเนินการประชุมตามมติต่อ แต่ถ้ามีมติไม่รับเรื่องก็ไม่ต้องพิจารณา


ทำให้นายศุภชัยเสนอญัตติเพื่อขอมติที่ประชุม จากนั้น นายปิยรัฐ จงเทพ รองประธานกรรมาธิการ การกฎหมายฯ บอกว่าไม่ติดขัดถ้ามีผู้รับรอง แต่เรื่องนี้ได้มีการทำหนังสือนัดหมายการประชุมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. ดังนั้น ถ้าจะบรรจุเรื่องใดต้องเกิดก่อนที่จะมาขอมติในวันนี้

จากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กมธ.สัดส่วนของพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้มีการประชุมติดต่อกันมา 8 ครั้งแล้ว มองว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งถ้าจะขอมติไม่มีในข้อบังคับ แต่เป็นเรื่องที่ตกลงกัน ถ้าจะขอญัตติก็ควรที่จะเป็นเรื่องใหม่

Advertisement

ซึ่งในการพิจารณาที่ผ่านมาเรื่องสินบน 40 ล้าน มีการบอกว่ามีเว็บพนัน 4,000 เว็บ และขยายผลมาถึงเรื่องนี้ว่าบางเว็บมีการใช้ช่องของตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ก็ได้มาชี้แจง ดังนั้น ถ้าจะขอญัตติต้องเป็นเรื่องใหม่ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ประธานสภาจะบรรจุวาระอะไรเข้าสภา ก็ต้องขอญัตติสมาชิก เมื่อเราไม่ได้เขียนไว้เราใช้แนวเดียวกันจึงฝากไว้เป็นข้อสังเกต

นายศุภชัยลุกขึ้นแย้งว่า สิ่งที่เสนอไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตัว แต่มุ่งหวังให้กรรมธิการเป็น กมธ.สามัญที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ แต่ต้องดำเนินการตามข้อบังคับ ตามรัฐธรรมนูญ ยืนยันไม่ได้ติดใจว่ามติจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ควรจะทำอะไรที่เป็นบรรทัดฐานในเรื่องที่สังคมจับตา ซึ่งในการประชุมร่วมคณะกรรมาธิการเมื่อวานนี้จึงควรจะเป็นมติของกรรมาธิการ ไม่ใช่เรื่องที่ประธานจะสั่งบรรจุ สิ่งที่ พ.ต.อ.ทวีพูดฟังดูเหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุวาระมันมีกระบวนการกลั่นกรองของฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งถ้าหากเดินหน้าต่อครั้งหน้าประธานกรรมาธิการก็จะใช้วิธีการเดิมแบบนี้ วันหนึ่งถ้านายรังสิมันต์ไม่อยู่ที่นี่แล้ว กมธ.ชุดใหม่ จะทำตามโดยอ้างว่าที่ผ่านมานายรังสิมันต์เคยทำถ้าวันหนึ่งไม่อยู่แล้ว เพราะที่นี่คือสภานิติบัญญัติ ผู้บัญญัติกฎหมาย ไม่ใช่ว่าจะทำตามอารมณ์

นายรังสิมันต์จึงกล่าวว่าขอให้นายศุภชัยสรุป นายศุภชัยโต้กลับว่าผมพูดจบก็จบ ส่วนเรื่องเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลเป็นอีกประเด็น ถามว่าเขาจำใจมาหรือเปล่า แต่ต้องการให้เป็นไปตามข้อบังคับ จึงอยากจะเสนอว่าถ้ามีการลงมติ แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตนบอกว่าทำกันมาแล้วนี่คือผลไม้พิษ มันเป็นต้นไม้เป็นพิษ ดังนั้น ลูกมันจึงเป็นผลไม้พิษ เพราะเราทำให้มันเป็นพิษ จึงอยากให้ลงมติถ้าผลเป็นอย่างไรก็ว่ากันไป

จากนั้นที่ปรึกษาคณะกรรธิการกล่าวว่า ประเด็นที่ถกเถียงกันเป็นอำนาจของประธานกรรมาธิการ หรืออำนาจของกรรมาธิการ แต่ในหลายกรรมาธิการ ประธานกรรมาธิการมีอำนาจบรรจุระเบียบวาระซึ่งเป็นการล้อตามข้อบังคับของการประชุมสภา ที่ใช้โดยอนุโลม พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดิม ไม่ใช่เรื่องใหม่

จากนั้น นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการฝั่งพรรคภูมิใจไทย บอกว่า ที่บอยคอตประธาน 2 ครั้ง เพราะประธานใช้ข้อบังคับ ซึ่งนายรังสิมันต์บอกว่า นายณัฐวุฒิไม่ได้บอยคอต ถ้าบอกว่าบอยคอตหนังสือลาของท่านบอกว่าลาติดภารกิจ ถ้าบอกว่าบอยคอตแสดงว่าทำหนังสือลาเท็จ สรุปว่าบอยคอตหรือทำหนังสือลา นายณัฐวุฒิจึงยอมรับว่าลาเพราะติดภารกิจ ไม่ใช่บอยคอต แต่มีนัยที่คนฉลาดอย่างท่านประธานจะรู้ดีว่าทำไมถึงลาและลาพร้อมกัน

จากนั้นนายณัฐวุฒิได้ย้ำประเด็นเดิมที่กรรมาธิการถกเถียงกันในเรื่องของการที่ประธานใช้อำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการไม่ถูกต้อง และดูมาตรา 129 การกำหนดว่าการดำเนินการใดๆ จะสอบหาข้อเท็จจริง ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาของกรรมาธิการเกรงและเป็นห่วงว่าชื่อคณะกรรมาธิการเป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน เราเป็นคณะกรรมาธิการกฎหมายยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน แต่เรากำลังละเมิดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ การสอบสวนหาข้อเท็จจริงต้องมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่การแก้กฎหมาย หรือเกี่ยวข้องกับกฎหมายเพื่อให้เกิดความยุติธรรม เราไม่ใช่กรรมาธิการที่จะไปหาผู้กระทำผิด ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของกรรมาธิการ

ซึ่งนายรังสิมันต์ได้ตัดบท ขอให้นายณัฐวุฒิสรุป นายณัฐวุฒิจึงแย้งว่า เพราะประธานเป็นแบบนี้จึงไม่ได้รับความร่วมมือ เวลาประธานพูดพูดนานกว่าตน ขณะเดียวกันมีมติว่าจะประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่ประธานก็ละเมิด เป็นการประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

นายณัฐวุฒิบอกด้วยว่า ในคณะกรรมาธิการกฎหมายฯมีโฆษก แต่โฆษกไม่เคยได้ทำหน้าที่ เพราะประธานแถลงทั้งก่อนและหลังประชุม ไม่เป็นไปตามมติของ กมธ.

จากนั้น กมธ.ซีกพรรคประชาชนย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดิม สามารถพิจารณาได้โดยไม่ต้องมาขอมติใหม่ และอยากให้สภาเป็นที่ของการพูด การคุย ถกเถียง แสดงให้เห็นว่าเห็นแย้งหรือแตกต่างกันอย่างไร และเคารพซึ่งกันและกัน ในระบอบประชาธิปไตยเราต้องการจิตใจที่กว้างใหญ่เหมือนมหาสมุทร จึงบอกท่านศุภชัยว่าเราต้องการหัวใจที่กว้างขวาง เราทำหน้าที่ได้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งก็เห็นความสำคัญของการทำหน้าที่กรรมาธิการ ซึ่งเมื่อวานก็ได้มีการประชุมกับประธานสภา ทางคณะกรรมาธิการก็ควรที่จะได้รับรู้ว่าตกลงเมื่อวานคุยอะไรกัน เท่าที่ทราบยังไม่ได้ข้อสรุป ถ้าเป็นไปได้อยากให้ประธานเอาบันทึกการประชุมมาให้คณะกรรมาธิการดู และวันนี้ประชุมมาแล้ว 8 ครั้งควรเดินหน้าต่อ เพราะประชาชนกำลังจับตาดูอยู่ ถ้าเรายุติการทำหน้าที่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรมีคำถามต่อการทำงานของสภาในภาพรวมแน่

จากนั้นที่ประชุมก็ยังถกเถียงกันในประเด็นเดิม ว่าเป็นอำนาจของประธานหรืออำนาจของกรรมาธิการ แต่นายรังสิมันต์ได้ตัดบทให้นายศิริโชคขึ้นชี้แจง ทำให้นายศุภชัยยกมือขึ้นจะพูด แต่นายรังสิมันต์บอกว่า “ถ้าผมให้ใครพูดก็คือคนนั้น”

นายศุภชัยจึงโต้ขึ้นมาว่า “นี่คือท่าน และอยากจะบอกว่าสิ่งที่เรากำลังถกกันไม่เกี่ยวกับนายศิริโชค แล้วทำไมต้องให้นายศิริโชคขึ้นพูด หมายความว่าอย่างไร ”

ขณะที่นายรังสิมันต์บอกว่า ไม่อนุญาตให้นายศุภชัยพูด เพราะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ นายศุภชัยจึงบอกว่า นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาของคณะกรรมาธิการนี้ จึงลุกขึ้นยืนว่าขอประท้วงท่านประธาน พวกตนกรรมาธิการ 6-7 คน

นายรังสิมันต์จึงถามว่าประท้วงข้อบังคับไหน นายศุภชัยบอกว่า ไม่ต้องถามข้อ เอาเป็นว่าตนได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ในเรื่องของประธานที่ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ต้องไม่มีเหตุที่จะนั่งกันตรงนี้ และขอวอล์กเอาต์ ถ้าท่านคนไหนเห็นด้วยกับตนก็ให้ออกจากห้องประชุมมาด้วย

จากนั้นนายศุภชัยได้เดินออกจากห้องประชุม พร้อมด้วย ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการที่วอล์กเอาต์ในครั้งนี้เป็น ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.ภูมิใจไทย, นายองค์อาจ วงษ์ประยูร ส.ส.สระบุรี พรรคกล้าธรรม, นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ ส.ส.ภูมิใจไทย, นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.ภูมิใจไทย, นายศิวะ พงศ์ธีระดุลย์ ส.ส.เพื่อไทย, นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.ภูมิใจไทย, นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ ส.ส.ภูมิใจไทย ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.เพื่อไทย ลาประชุม อย่างไรก็ตาม การประชุมก็ดำเนินการประชุมต่อ