หน้าแรก การเมือง โรม จวก รัฐบา...

โรม จวก รัฐบาล บีบเวลา อภิปรายไม่ไว้วางใจ ซัด อนุทิน แย่กว่ายุค บิ๊กตู่ ยันขอใช้ 5 วัน

22.10.26 | 15:16 น.

“โรม” ชี้รัฐบาลบีบเวลาอภิปรายซักฟอก ซัด “อนุทิน” มาตรฐานแย่กว่ายุค “บิ๊กตู่” ยันขอใช้ 5 วัน

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีธีมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการประชุมวิป 3 ฝ่าย ในการเคาะกรอบเวลาว่า ใกล้แล้วและวันนี้จะมีการประชุมกัน เราคงได้เห็นความพยายามของฝ่ายรัฐบาลในการบีบเวลาฝ่ายค้าน และบีบให้ฝ่ายค้านไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น เรื่องธีมไม่ต้องห่วง จะทันต่อสถานการณ์ ไม่ต้องรีบ เพราะเรายังคงมีเวลาในเรื่องนี้


เมื่อถามถึงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าสามารถเลื่อนไปช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนได้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วเรายืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าควรจะเป็น 5 วัน เพราะรัฐมนตรีที่เราจะอภิปรายมีจำนวนมากถึง 18 คน ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี มีการอภิปรายรัฐมนตรี 11 คน เรายังได้เวลาอย่างน้อย 4 วัน แต่วันนี้กลับให้เวลาเราเพียง 3 วัน ตนไม่รู้ว่าเอาอะไรคิด

“ผมไม่นึกเลยว่าคุณอนุทินจะมีมาตรฐานที่แย่กว่าผู้นำที่มีที่มาจากการรัฐประหารด้วยซ้ำ ดังนั้น ผมคิดว่าวันนี้ต้องกลับมาตั้งคำถามว่า ทำไมถึงพยายามบีบเวลาให้ฝ่ายค้านมีเวลาน้อย” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ไม่ใช่แค่นั้น เพราะไม่มีการนัดประชุมเรื่องนี้มาก่อน แต่มารัดกุมนัดประชุมวันนี้เพื่อบีบเอา 3 วัน แล้วเอาสัปดาห์หน้าเลย ทำแบบนี้อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่ามีความพยายามทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น เรายืนยันเวลา 5 วัน หากจะมีการปรับหลังจากนี้ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะสามารถพลิกดีดนิ้วเคลียร์ทุกอย่างได้ทัน เราต้องไปบริหารจัดการใหม่ ต้องคุยกับฝ่ายค้านและพรรคร่วมใหม่ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลา

Advertisement

เมื่อถามว่า วันนี้จะได้ข้อสรุปหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนก็ภาวนาให้ได้คำตอบ แต่คงต้องไปดูว่าคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เป็นอย่างไร แต่ตนมีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะการเจรจาทั้งหมดเรามีตัวแทนของคณะรัฐมนตรี คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่มีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่กลับมาเจรจาเรื่องเวลากับเรา ดังนั้น จึงมองว่าเป็นการเจรจาเพื่อให้อภิปรายตัวเองน้อยลงหรือไม่ จึงต้องตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะนี่คือการเจรจาเพื่อตัวเองใช่หรือไม่ คิดว่าเรื่องนี้มีปัญหาหลายส่วน ไม่ใช่แค่เรื่องเวลาอย่างเดียว แต่รวมถึงความเหมาะสมของผู้เจรจาด้วย

ยังไม่นับว่า จริงๆ แล้ว ครม. จะไปมีมติหรือตกลงกับสภาได้อย่างไร เพราะตามหลักการแล้วสภาควรคุยกันให้จบก่อนแล้วค่อยไปถาม ครม. แต่อันนี้กลับเอามติ ครม. มาบังคับสภา กลับหัวกลับหางกัน สส. พรรคภูมิใจไทยอาจลืมไปว่าตัวเองไม่ได้เป็นแค่ สส. ของฝ่ายรัฐบาล แต่เป็น สส. ที่ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องเคารพญัตติของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น ต้องให้ความเคารพกันแบบนี้และคุยกันให้เข้าใจก่อน ไม่ใช่อยู่ๆ จะมาบังคับเอาความสะดวกของฝ่ายบริหารมากำหนดเรื่องการตรวจสอบของฝ่ายค้านในสภา

เมื่อถามว่า ได้จัดขุนพลไว้กี่คน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนว่าอย่าเพิ่งรีบเลย เดี๋ยวเขาจะยิ่งไปบีบเวลา

เมื่อถามถึงกรณีข่าวของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ออกมาวิจารณ์ในพรรคว่าเลิกบูชาตัวบุคคลแล้วนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า น่าจะเป็นการปล่อยข่าวหรือไม่ โพสต์ของ น.ส.รักชนก ตนไม่ขอวิจารณ์เรื่องเนื้อหาสาระ แต่โพสต์ไปสักพักแล้ว คำถามคือใครได้ประโยชน์ในเวลานี้ ใช่การเบี่ยงเบนประเด็นหรือไม่