วราวุธ ส่ง 50 ทีมลุยรง.ขยะ จ่อเพิ่มโทษเอาผิดลอบทิ้ง เล็งผนึกปปง.ลุยยึดทรัพย์ พณ.ชี้ 4 บ.ปราจีนส่อนอมินี
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ตนให้ความสำคัญกับปัญหาการลักลอบนำขยะมาในประเทศไทย เพราะไทยไม่ใช่ถังขยะของโลก ถ้ามีข้อมูลส่งมาได้เลยจะประสานหน่วยงานต่างๆให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากพบสิ่งผิดปกติสามารถแจ้งที่หมายเลข 1564 ได้จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจ
“วันนี้กฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร เสนอให้เพิ่มโทษ คนเหล่านี้เลือกนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปทิ้ง เพราะโทษในการลักลอบทิ้งเบากว่า การกำจัดอย่างถูกวิธีต้องใช้เงิน 800,000 – 1 ล้านบาท ถ้าทิ้งแบบผิดกฎหมายแล้วถูกจับโทษปรับแค่ 200,000 – 300,000 บาท จึงต้องเพิ่มอัตราการลงโทษและความเข้มข้นขึ้น รวมถึงประสานปปง.เพื่อให้การทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกกฎหมายเป็นคดีความผิดการเงิน ที่นำไปสู่การยึดทรัพย์ของผู้ประกอบการ ส่วนการเยียวยาเมื่อเกิดคดีจะใช้เวลานาน หากของกลางที่เป็นอันตรายกับประชาชน เราสามารถเข้าไปดำเนินการก่อนได้ เมื่อคดีจะไปเก็บค่าเสียหายจากผู้ประกอบการ”นายวราวุธ กล่าว
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน ตั้งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือกากอุตสาหกรรมว่า ทำไมรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ พร้อมเสนอให้นำการสำแดงที่เข้าข่ายสุ่มเสียงการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดต้องเข้าเรดไลน์เพื่อตรวจเอ็กซเรย์ได้หรือไม่ ขอให้เยียวยาผู้เสียหายก่อนคดีถึงที่สุด รวมทั้งจัดการของเสีย ฟื้นฟูพื้นที่ใรระหว่างดำเนินคดีได้หรือไม่ หากทำได้จะใช้งบประมาณส่วนใด และกำหนดให้ส่วนใดเป็นผู้รับผิดชอบ มีกรอบเวลาดำเนินการอย่างไร
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวตอบกระทู้ว่า นายกฯให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยฝากกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
“ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานคัดแยกและกำจัดขยะภายใต้ใบอนุญาตประเภท 105 และ 106 จำนวน 3,049 โรง ครึ่งหนึ่งอยู่ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และปราจีนบุรี ที่เกิดปัญหาแอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามา แอบตั้งสถานที่คัดแยก ได้ให้อุตสาหกรรมจังหวัดไปตรวจทุกโรงงานใน 5 จังหวัดกว่า 1,500 โรง ตั้งทีมตรวจสอบ 50 ทีมแบ่งเป็นจังหวัดละ 10 ทีมไปตรวจ หากพบทำไม่ถูกต้อง จะปิด ยึดใบอนุญาตต่างๆ รวมถึงบริหารจัดการขยะด้วย คาดว่าใน 1-2 เดือนจะได้รายละเอียดว่ามีแห่งใดผิดกฎหมาย” นายวราวุธ กล่าว
นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายลงพื้นที่ตรวจสอบพบ 4 บริษัท มีพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นเป็นตัวแทนแบบอำพราง (นอมินี) สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรีจึงส่งข้อมูลหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวน สอบสวน และนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่อาจเป็นนอมินีด้วย
“ได้ขยายผลตรวจสอบธุรกิจขยะในจ.ปราจีนบุรีที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น พบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงประกอบธุรกิจประเภทขยะ 44 ราย เป็นธุรกิจประเภทขยะที่ไม่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 41 ราย และ ธุรกิจประเภทขยะที่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 3 ราย”นายกิตติวัฒน์ กล่าว

