หน้าแรก การเมือง ราชกิจจานุเบก...

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ ป.ป.ช. เข้มจนท.โพสต์โซเชียล-ไม่ใช้เวลางาน

24.10.26 | 11:46 น.

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ ป.ป.ช. เข้มจนท.โพสต์โซเชียล-ไม่ใช้เวลางาน

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2569

โดยที่เป็นการสมควรให้มีหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อเป็นการกำกับดูแลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม อยู่ภายใต้กรอบของศีลธรรม จริยธรรม และประเพณีอันดีงาม รวมทั้งสามารถรักษาความปลอดภัย ความลับของทางราชการ ภาพลักษณ์ และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อหน่วยงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 144 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

โดย เนื้อหาของประกาศฉบับนี้ ได้ระบุว่าให้เจ้าหน้าที่พึงงดเว้นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการ อันอาจจะกระทบต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน หรืออาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่า ไม่อุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ราชการ

รวมถึง ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการดำเนินการต่าง ๆ ที่มีลักษณะไม่เหมาะสม อันอาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือภาพลักษณ์ของหน่วยงาน และให้หมายรวมถึงการกระทำในลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย

Advertisement

(1) การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม หรือส่งผลกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

(2) การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการในลักษณะที่ไม่รักษาความลับของทางราชการ หรือกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยง

(3) การเผยแพร่ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวในขณะสวมเครื่องแบบหรือชุดที่มีเครื่องหมายหรือตราสัญลักษณ์ของสำนักงาน ป.ป.ช. ในลักษณะที่ไม่สำรวมกิริยามารยาท ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อหน่วยงาน

(4) การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันอาจสร้างความแตกแยกทางความคิดหรือความเกลียดชังของบุคคลในสังคมหรือหน่วยงาน หรืออาจกระทบต่อความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ภาพลักษณ์ และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อหน่วยงาน

(5) การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะที่เป็นการโอ้อวดถึงการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้หรืออ้างตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหรือผู้อื่น เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใดของตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

ทั้งนี้ ยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังมิให้บุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นใช้หรืออ้างถึงตำแหน่งหน้าที่ของตนในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใดของตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม