ลิซ่า จี้ ‘รัฐบาล’ อย่ากลัวซักฟอก ถามสปิริตขอแค่ 5 วันทำไมทนฟังไม่ได้ เย้ยล็อกวันอภิปรายฯ 27 ต.ค.เหตุเชื่อหมอดู ปูดดูฤกษ์หวังชนะ-ไม่เพลี่ยงพล้ำ ดักคอยื้อยาวจนปิดสมัยประชุม ตอก ‘ร่มธรรม’ ไม่ต้องยุ่งเรื่องข้อมูลความพร้อมซักฟอก
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป ว่า คณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) 3 ฝ่าย ต้องนัดวันประชุมใหม่เพื่อเจรจา ซึ่งเท่าที่ทราบตอนนี้ยังไม่มีการนัดประชุม และยังไม่ทราบว่าจะมีการประชุมกันเมื่อไร แต่คงไม่ใช่ภายในสัปดาห์นี้ เพราะประธานรัฐสภากำหนดวาระการประชุมปกติเรียบร้อยแล้ว ยืนยันในส่วนของเราว่ากรอบระยะเวลาในการอภิปรายรัฐบาลต้องเป็น 5 วัน
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่กี่วันแต่อยู่ที่รัฐบาลต้องการให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจจบภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยอ้างว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีภารกิจ อย่างไรก็ตาม อีก 2 เดือนกว่าจะมีการปิดสมัยประชุมสภา เป็นไม่ได้เลยหรือที่รัฐบาลจะไม่มีวันว่างเลยสัก 5 วัน ในช่วงเวลาตลอด 60 วันนับจากนี้ ดังนั้น เจตนาจริงๆ คือต้องการให้จบในสัปดาห์นี้
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า แน่นอนคนเป็นนายกฯ ภารกิจมันมีตลอด แต่อยู่ที่ว่าคุณจะให้ลำดับความสำคัญกับสิ่งไหนมากกว่า เราเห็นอาการมาตลอดว่านายกฯ อาจจะไม่ได้พูดเอง แต่คณะรัฐมนตรีก็พูดบ้างว่าเวทีซักฟอกของฝ่ายค้านเป็นแค่เวทีเล่นละคร เวทีบันเทิง เวทีใช้วาทกรรม และพยายามจะด้อยค่ามาโดยตลอด สิ่งเหล่านี้ต้องถามกลับไปว่าการที่คุณกลัวเวทีซักฟอก คือคุณกลัวการถูกซักฟอกใช่หรือไม่ เพราะรัฐบาลต้องรู้อยู่แล้วว่านี่คือสิ่งที่คุณต้องเจอ มันเป็นกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติที่เกิดขึ้นมาตลอด
“การที่คุณไปพูดกับใครต่อใครว่าให้เวลาแล้ว คุณพูดแบบนั้นไม่ได้ เวลามันไม่ใช่ของคุณ มันคือการตกลงร่วมกัน และมันเป็นเวลาของฝ่ายค้าน สภา และฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างรัฐบาลจะมาบงการหมด บงการแม้กระทั่งเวลาของสภา แบบนี้มันไม่ถูกต้อง คิดว่าวันนี้สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำคือแสดงสปิริตไม่ว่าฝ่ายค้านยิ่งตรงไหน ตอนไหนก็ตาม วันนี้เท่าที่เห็นภารกิจของนายกฯ ตลอดจนถึงสิ้นปี มีภารกิจที่นายกฯ เลือกที่จะไม่ไป หรือเลือกที่จะส่งคนอื่นไปแทนได้ แต่คุณก็ยืนยันว่านายกฯ มีภารกิจเยอะแยะมากมาย ซึ่งภารกิจเหล่านั้น ออกงานนั้นออกงานนี้ ร่วมพิธีนั้นพิธีนี้ ไปประชุมนานาชาติ แล้วเรื่องภายในประเทศที่คุณทำเอาไว้ ที่มันล้มเหลวนำมาสู่การคอร์รัปชัน เรื่องที่มันไม่ถูกแก้ไข การที่ฝ่ายค้านตั้งญัตติเพื่อซักฟอก มันไม่สำคัญหรือ” น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ดังนั้น วันนี้คิดว่านายกฯ ควรเข้าใจบทบาทหน้าที่ในตำแหน่งนายกฯ ด้วย เวทีซักฟอกไม่ใช่แค่เวทีของฝ่ายค้าน แต่จะเป็นเวทีของรัฐบาลให้ได้ชี้แจงข้อสงสัย และข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านด้วย แต่วันนี้คุณเลือกที่จะไม่เข้าร่วมเลย รวมถึงพยายามกดดันกีดกันทุกอย่าง เพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นห้วงเวลาที่ฝ่ายค้านเขาสะดวก
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่าเราก็ไม่ได้เอาแต่ใจ เหตุผล 5 วัน เพราะเรายื่นไป 18 รัฐมนตรี วันนี้การเตรียมการภายใน เรามีการเตรียมการอยู่แล้ว เช่น สส.แต่ละคนเขามีเวลา 40 นาที หรือ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถ้าบีบเหลือ 3 วัน ทุกอย่างที่เตรียมไว้ เนื้อหาสาระ พี่น้องประชาชนอาจจะได้ไม่ครบ มันก็วุ่นวายไปหมด และไม่ใช่แค่พรรคประชาชน เวลาที่จะต้องจัดสรรให้พรรคฝ่ายค้านอื่นอีก คิดว่าวันนี้สปิริตในการที่จะให้เวลามันสำคัญ
“ย้ำว่าเวลามันไม่ได้เป็นของคุณ แต่เกิดจากการตกลงร่วมกันมากกว่า วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมีความวุ่นวายเยอะแยะ เละเทะไปหมด กับแค่เวลา 5 วัน ทำไมคุณอดทนฟังการซักฟอกไม่ได้ พี่น้องประชาชนเขาต้องอดทนมากับความไม่มีศักยภาพ ความไม่มีฝีมือของคุณมา 5-6 เดือนแล้ว คิดว่าวันนี้รัฐบาลควรมีสปิริต แล้วประเภทที่ไปพูดว่าก็ให้เวลาแล้ว คุณเพิ่มมาวันหนึ่ง เป็นวันที่ 26 ตุลาคม แล้วมาตกลงในห้องว่าวันที่ 26 ตุลาคมขอครึ่งวันนั้น แบบนี้เขาไม่เรียก 4 วัน แต่เรียก 3 วันครึ่ง” น.ส.ภคมน กล่าว
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลยื้อไปจนปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 22 ธันวาคม จะทำให้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตกไปหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า โดยปกติที่ผ่านมาหลายรัฐบาลคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ถ้าพูดกันตรงๆ รัฐบาลนี้ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย ที่เขาจะทำอะไรก็ได้ โดยที่ไม่สนใจใคร แต่เราก็ต้องยืนยันจนถึงที่สุดก่อนว่านี่เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน นี่คือญัตติและงานของฝ่ายค้าน เราแค่ขอความร่วมมือให้คุณอยู่ในช่วงเวลาที่เราต้องการ
น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า วันที่คุณจะแถลงนโยบายเราไม่ไปยุ่งเลย ฝ่ายค้านก็นั่งรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล เช่นเดียวกันวันนี้ฝ่ายค้านยื่นญัตติในเวลาเท่านี้ คุณเองก็ควรจะให้เวลามานั่งฟังการซักฟอก นอกเสียจากว่าคุณกลัวการซักฟอกเท่านั้น
เมื่อถามถึง กรณีนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล เรียกร้องให้ฝ่ายค้านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา พร้อมระบุว่าที่ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์จากวงหารือเป็นเพราะเวลาไม่พอ หรือไม่พร้อมอภิปรายนั้น น.ส.ภคมน กล่าวว่า จะเจรจาได้อย่างไร ในเมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง วันนี้พูดอีกอย่างพอคุณกลับไปฐานที่มั่นของคุณ คุณกลับมาบอกว่าเป็น 4 วัน แต่วันที่ 26 ตุลาคมขอให้เป็นครึ่งวัน ตนคิดว่าวันนี้คนที่มานั่งเจรจาในห้อง ไม่ใช่ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจริง
น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า ดังนั้น คุณไปฟังคำสั่งมาให้เสร็จ แล้วเอาสิ่งที่ฝ่ายค้านต้องการไปรายงานให้เสร็จ ไปคิดฉากทัศน์มาให้เสร็จ แล้วมาคุยกันในห้อง จึงจะสามารถจบในห้องได้ อีกอย่างตัวแปรที่สำคัญที่สุดนั่นคือรองประธานสภาฯ ซึ่งไม่ได้เข้ามาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้การประชุมราบรื่น แต่รองประธานสภาฯ เป็นผู้เล่นเสียเอง มีการขู่ด้วยว่าหากคุยกันไม่ได้ก็ปิดประชุม และมีอารมณ์ตลอดเวลา ซึ่งตนคิดว่าไม่น่าจะใช่บทบาทของรองประธานสภาฯ
“ส่วนที่บอกว่าพรรคฝ่ายค้านไม่พร้อมอภิปรายหรือไม่นั้น มันเป็นเรื่องของเรา อย่างที่บอกว่าเป็นเวลาของเรา คุณไม่ต้องมายุ่ง มันไม่ใช่เวลาที่ข้อมือคุณ มันเป็นเวลาของเราที่เราขอเท่านั้นเอง แล้วคุณล่ะทำไมคุณถึงเลือกจะเอาวันที่ 27 ตุลาคมให้ได้ คุณไปดูฤกษ์มาแล้วหรืออย่างไร ไปดูดวงมาแล้วว่าวันนี้จะชนะ ไม่เพลี่ยงพล้ำเท่านั้นเอง เรื่องจะมีข้อมูลหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล หน้าที่ของรัฐบาลคืออำนวยความสะดวก เวลาตามที่ฝ่ายค้านขอ” น.ส.ภคมน กล่าว

