หน้าแรก การเมือง โฆษกรัฐบาล ตี...

โฆษกรัฐบาล ตีเก๊ ปมโอนค่าน้ำชาให้นายกฯ 7 ล้าน เผย​ ดีอี​ กำลังไล่บี้​ IP ใน-นอกประเทศ

26.10.26 | 09:46 น.

โฆษก​รัฐบาล ตีเก๊ ปม.เพจอ้างโอนค่าน้ำชาให้นายก​ 7 ล้าน​ เผย​ กระทรวงดีอี​ กำลังไล่บี้​ IP ใน-นอกประเทศไม่มีเว้น ซัด​ คนเป็นนักการเมืองก่อนแชร์​ ควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม​

เมื่อเวลา​ 08.55 น.​ วันที่ 26 ตุลาคม ที่กระทรวงมหาดไทย นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ กล่าวถึงกรณีมีเพจเฟซบุ๊กเผยแพร่ข้อความอ้างว่า มีบุคคลโอนเงินค่าน้ำชาเข้าบัญชี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จำนวน 7 ล้านบาท เมื่อปี 2566 นั้น​ ว่า​ การทำในลักษณะนี้ตัดต่อทำจากไหนก็ได้​ และการโอน​เข้าบัญชี​ The Wisdom จะต้องมีเงินพอสมควร รายการโอนแต่ละครั้งจะมีการจำกัดวงเงิน หากเกิน 5 ล้านบาทจะต้องมีการขอขยายวงเงิน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าหากจะโอนเงินอะไรที่ไม่ใช่กระบวนการปกติ กระบวนการขอขยายวงเงินจากธนาคารก็สามารถไปสอบถามได้ ซึ่งใครเขาจะทำกัน นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า นายอนุทิน ก็ไม่ได้มีเงินน้อย

“ฉะนั้น หากพิจารณาจาก 3 ข้อนี้ ก็ตีเก๋ไปก่อนได้เลย” นายเอกภพ กล่าว


นายเอกภพ กล่าวว่า ส่วนสิ่งที่จะต้องทำกันต่อ ต้องมาดูว่าพฤติการณ์ของเพจดังกล่าวเป็นอย่างไร เพราะไม่ใช่เฉพาะเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งเพจนี้ปล่อยข่าวปลอมมาหลายเรื่องโดยตลอด ซึ่งพฤติการณ์ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ติดตามมีการปล่อยข่าวลบโพสต์ และปิดเพจบ้าง​เป็นการชั่วคราว​ ซึ่งข้อสังเกตหากเพจใดปลิวเวลาเปิดใหม่จะใช้ชื่อเดิมยาก จึงเห็นว่ามีหลายเพจ ที่เปิดใหม่โดยใช้ V.1 V.2 V.3 หรือ V.4 จึงขอยืนยันว่าไม่รอด เพราะขณะนี้เองกระทรวงดีอี กำลังดำเนินการติดตามเครือข่าย

นายเอกภพ​ ระบุอีกว่า สิ่งที่น่าตกใจในประเด็นดังกล่าวมีการแชร์ และแนะนำข้อมูลดังกล่าวส่งต่อโดยนักการเมือง ซึ่งบุคคลผู้เป็นนักการเมืองควรตรวจสอบข้อมูลก่อน ฉะนั้นจึงมีข้อสังเกต 2-3 ประเด็น คือ 1.เห็นว่าข่าวนี้น่าสนใจก็เลยทุบเหยื่อด้วยการแชร์ต่อ และไม่มีการตรวจสอบประเด็นซึ่งตรงนี้ต้องดูพฤติการณ์ว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่​ 2.ทำเป็นเครือข่ายหากรู้ว่าเพจนี้จะโพสต์ และรอเวลาแชร์ต่อเพื่อให้เครือข่ายได้ส่งต่อ​ พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่หยุด โดยเมื่อเช้าได้ประสานทางกระทรวงดีอี ให้ดำเนินแล้วไม่ว่าเพจนี้จะอยู่ในประเทศไทยหรือไม่​ และใช้ IP อะไร ก็จะตามไปทุกที่ และดำเนินการให้ไปถึงเครือข่าย

เมื่อถามว่า นักการเมืองที่แชร์จะเข้าข่ายผิดหรือไม่ นายเอกภพ กล่าวว่า ทุกคนที่แชร์ และบิดเบือนไม่รอด โดยเฉพาะนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงกว่าปกติ การจะนำข่าวบิดเบือน และโจมตีบุคคล ซึ่งไม่เป็นข้อมูลจริงไปเผยแพร่ต่อ ก็ต้องมีความรับผิดชอบทางด้านอาญา และจริยธรรม​ ทั้งนี้ หากในอนาคตนักการเมืองเอาข้อมูลด้านความมั่นคง ของประเทศ หรือสถาบันหลัก หากนักการเมืองสนับสนุนหรือหยิบไปใช้ จะเกิดอะไรขึ้น

Advertisement