เวทีม.บูรพาถกเดือดแก้ รธน. ‘จาตุรนต์’ จี้แก้ ม.256 ตั้งสสร.เลือกตั้ง สว.สุนทรหนุนยุบสภาสูงประหยัด 3พันล้าน – ‘สติธร’ชงบัตรเบอร์เดียวสกัดทุนสีเทา
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี ในงานเสวนาวิชาการหัวข้อ “รัฐธรรมนูญกับการจัดสรรอำนาจและความรับผิดชอบ : ทางเลือกเพื่อประชาธิปไตย ท้องถิ่น และเศรษฐกิจอนาคต” ตัวแทนจากฝ่ายการเมือง วุฒิสภา และนักวิชาการ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะถึงแนวทางและข้อเสนอเชิงโครงสร้างในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขั้นตอนสำคัญเร่งด่วนรัฐสภาคือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางสู่ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยประเมินว่าหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจและความชัดเจนสว.นิ่งขึ้น รัฐสภาควรบรรจุร่างแก้ไขเข้าสู่วาระที่ 1 ให้ทันก่อนปิดสมัยประชุม ทั้งนี้สะท้อนปัญหารัฐธรรมนูญปัจจุบันแก้ยากและมีเงื่อนไขเสียง สว. 1 ใน 3 บล็อกไว้ได้ พร้อมย้ำจุดยืนว่าโมเดลที่ดีที่สุดคือการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพื่อเคารพเจตจำนงประชาชนที่เคยลงประชามติเห็นชอบมาแล้ว หากรัฐสภายังเตะถ่วงหรือยื้อเวลาก็เท่ากับไม่เคารพเสียงของประชาชน

ด้าน นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ย้ำแนวคิดเสนอ “ยุบวุฒิสภา” โดยมองใน 2 มิติหลัก คือ มิติด้านงบประมาณที่หากไม่มี สว. ประเทศจะประหยัดงบฯ แผ่นดินได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากบทบาทหน้าที่หลายด้านซ้ำซ้อนกับ ส.ส. และมิติด้านโครงสร้างอำนาจ ซึ่งระบบการคัดเลือก สว. ในปัจจุบันแบบ “เลือกกันเอง” แม้ทฤษฎีจะหวังความเป็นกลางเพื่อคัดกรององค์กรอิสระ แต่ในทางปฏิบัติยังคงเผชิญข้อกังขาเรื่องความเป็นอิสระที่แท้จริง พร้อมเปิดเผยว่าตนเป็น 1 ใน 18 สว. ที่เคยโหวตเห็นชอบให้ลดอำนาจวุฒิสภา และมองว่าการปรับโครงสร้างให้กระชับ เล็ก และคล่องตัว คือทางออกที่ตอบโจทย์ประชาธิปไตยมากกว่า
ขณะที่ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร่วมเสนอแนวทางปฏิรูประบบเลือกตั้งและที่มาสว. โดยชี้ว่าระบบเลือกตั้ง ส.ส. บัตร 2 ใบในปัจจุบันมีจุดบกพร่องที่เจตนาออกแบบให้เป็นคนละเบอร์ จนกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดพลังสีเทาหรือการทุ่มทรัพยากรส่วนบุคคลในพื้นที่ จึงเสนอให้ใช้ “เบอร์พรรคและเบอร์ผู้สมัครเขตเป็นเบอร์เดียวกัน” แบบรัฐธรรมนูญปี 2540 เพื่อให้พรรคการเมืองแข่งขันกันด้วยนโยบายอย่างแท้จริง ส่วนโครงสร้าง สว. หากยังจำเป็นต้องมีสภาที่สองเพื่อกลั่นกรองกฎหมายและองค์กรอิสระ ที่มาจะต้องยึดโยงกับประชาชน โดยเสนอทางเลือกระหว่างการให้ตัวแทนท้องถิ่นเป็นผู้เลือก หรือนำโมเดล 20 กลุ่มอาชีพมาเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนสังกัดกลุ่มและไปลงคะแนนกากบาทเลือกตัวแทนกลุ่มอาชีพโดยตรง เพื่อสร้างความชอบธรรมทางประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง




