‘รมว.กลาโหม’ ตรวจเยี่ยม รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ผลักดันเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง เพิ่มศักยภาพรองรับปชช.

26.10.26 | 18:57 น.

‘รมว.กลาโหม’ ตรวจเยี่ยม รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ผลักดันเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง เพิ่มศักยภาพรองรับประชาชน 7 เขต กทม.ตอนเหนือ ย้ำรักษาเต็มที่ ควบคู่ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เพื่อติดตามศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งและข้อจำกัดด้านเครื่องมือแพทย์ โดยมี พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ


โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้วางพวงมาลัยและถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ก่อนเดินทางไปยังอาคารศูนย์มะเร็ง เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจาก พล”v”m”นคร บุญมี เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ เกี่ยวกับภารกิจ ผลการดำเนินงาน และแนวทางพัฒนาศักยภาพการรักษาพยาบาล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า การตรวจเยี่ยมครั้งนี้มุ่งรับฟังปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์ โดยเฉพาะเครื่องฉายรังสีสำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการเข้าถึงบริการของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือและพื้นที่ใกล้เคียง จึงจำเป็นต้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและใช้กลไกภาครัฐที่มีอยู่ เพื่อผลักดันการจัดหาเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

Advertisement

ทั้งนี้ พื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือครอบคลุมประชากรในพื้นที่รับผิดชอบ 7 เขต โดยมีโรงพยาบาลของรัฐระดับตติยภูมิหลักเพียง 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และโรงพยาบาลทศมินทราธิราช ส่งผลให้การรองรับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคซับซ้อนและผู้ป่วยที่ต้องได้รับการส่งต่อ ยังมีข้อจำกัดทั้งด้านจำนวนเตียง เครื่องมือแพทย์ และพื้นที่สำหรับขยายสถานพยาบาล

ขณะเดียวกัน ยังมีแนวทางเพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาลทศมินทราธิราช กรมแพทย์ทหารอากาศ ทั้งการเพิ่มจำนวนเตียง การพัฒนาระบบรับส่งต่อผู้ป่วยในพื้นที่ดอนเมืองและกรุงเทพมหานครตอนเหนือ ตลอดจนยกระดับการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและลดความแออัดของสถานพยาบาล

ระหว่างการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โดยเน้นย้ำว่า ประชาชนต้องได้รับการดูแลรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ตามสิทธิที่พึงได้รับ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่กันคือ การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย และลดภาระของระบบสาธารณสุขในระยะยาว จึงขอให้ทุกหน่วยงานคำนึงถึงการป้องกันโรคตั้งแต่ต้นทางควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาพยาบาล

ในส่วนของการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาในการสนับสนุนการจัดหาเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลในต่างจังหวัด โดยระบุว่า เครื่องมือแพทย์ไม่ได้มีคุณค่าเพียงการช่วยให้แพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยสร้างความหวัง ความอุ่นใจ และเป็นกำลังใจสำคัญให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล หน่วยงานราชการ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งด้านสาธารณสุขและการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมุ่งให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและทันท่วงที

ภายหลังการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เยี่ยมชมเครื่องฉายรังสี ณ อาคารศูนย์มะเร็ง เพื่อติดตามเทคโนโลยีและศักยภาพการรักษาผู้ป่วย พร้อมรับทราบความจำเป็นในการพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นการรับฟังปัญหาจากหน่วยปฏิบัติโดยตรง เพื่อนำไปสู่การประสานแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับศักยภาพโรงพยาบาลทหารอากาศในการดูแลกำลังพล ครอบครัว และประชาชน โดยให้ความสำคัญทั้งการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและยั่งยืน