พท.ย้ำพืชสวนโลกอุดรฯ ไม่ใช่แค่อีเวนต์ชั่วคราว ปักหมุดแลนด์มาร์กเศรษฐกิจ-การเรียนรู้แห่งใหม่ของภาคอีสาน
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ ส.ส.สุโขทัย ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการจัดมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ว่า มหกรรมพืชสวนโลกกำลังจะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้เชิญชวนคนไทยและชาวต่างชาติให้มาร่วมงาน ซึ่งพรรคเพื่อไทยขอย้ำว่ามหกรรมพืชสวนโลก ไม่ใช่จัดขึ้นเพื่อจัดแสดงพันธุ์ไม้หรือ event ชั่วคราว แต่เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับจังหวัดอุดรธานีและภาคอีสาน ซึ่งตนขอขยายสาระสำคัญและประโยชน์ที่เกิดขึ้น ได้แก่
1.เป็นการยกระดับศักยภาพของประเทศไทย และเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนเพราะการที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานตามมาตรฐานขององค์การพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) สะท้อนถึงความยอมรับถึงศักยภาพที่ประเทศไทยได้รับเทียบเท่าสากล และเป็นโอกาสในการนำเสนอองค์ความรู้เทคโนโลยี ความหลากหลายของพืชพันธุ์ไทยสู่สายตาชาวโลก และที่สำคัญองค์ความรู้จากการจัดงานในครั้งนี้จะไม่จบเพียงที่จังหวัดอุดรธานี แต่ว่ากระทรวงเกษตรฯ จะนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร และชุมชนทั่วประเทศ รวมถึงมีการขยายผลไปยังจังหวัดนครราชสีมา และผลักดันประเทศไทยให้เป็นส่วนกลางด้านพืชสวน การท่องเที่ยวและการวิจัยในอนาคตต่อไป
2.จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่พี่น้องประชาชน
น.ส.ประภาพร กล่าวว่า สำหรับมหกรรมพืชสวนโลกจัดขึ้นต่อเนื่อง 134 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.จนถึงวันที่ 14 มี.ค.70 บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด มีพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ และนับเป็นครั้งแรกที่มีมหกรรมพืชสวนโลกได้รับรองจาก AIPH ที่จะจัดขึ้นในภาคอีสานโดยจะมีส่วนนานาชาติกว่า 32 สวน จาก 17 ประเทศ โดยตั้งเป้าว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่า 3.6 ล้านคน และมีการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจ ว่าจะสร้างรายได้กว่า 20,000 ล้านบาท โดยเม็ดเงินเหล่านี้จะไม่อยู่เพียงในงาน แต่จะกระจายไปถึงโรงแรมร้านอาหาร การขนส่งและผู้ประกอบการท้องถิ่น
น.ส.ประภาพร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะมีการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่บ้านเชียง ภูพระบาท คําชะโนด ทะเลบัวแดง และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้รายได้กระจายไปสู่ประชาชนเป็นวงกว้าง โดยการจัดงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนเพื่อจะต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่จะมีการพัฒนาพื้นที่ ทั้งการเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำของพื้นที่หนองแด รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ การติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนา การนำสายไฟฟ้าบริเวณข้างทางลงใต้ดินและการปรับปรุงการจราจร และหลังจบงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ ด้านพืชสวนศูนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และสวนสาธารณะสำหรับประชาชน
ส่วนเรื่องความคุ้มค่า นายยศชนันได้ระบุว่ามีคณะกรรมการกลางติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็จะมีการติดตามการพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้เกิดขึ้นได้จริง เป็นทรัพย์สินที่สร้างประโยชน์ให้กับคนจังหวัดอุดรธานีและคนภาคอีสาน สุดท้ายนี้พรรคเพื่อไทยขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมชมมหกรรมพืชสวนโลก ที่จังหวัดอุดรธานี โดยมีค่าบัตรของบุคคลทั่วไป อยู่ที่ราคา 199 บาท พวกเราจะร่วมกันสร้างรายได้สร้างอาชีพและโอกาสให้กับประชาชนในพื้นที่


