เปิดชุดครม. สวม ผ้าหมี่ขิดอุดรธานี ลายไหบ้านเชียง–ดอกบัว สวมใส่ประชุมสัญจร อวดเสน่ห์ผ้าไทย ต่อยอดภูมิปัญญาช่างไทย-สร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 2–3 พฤศจิกายน นี้ ที่ จ.อุดรธานี คณะรัฐมนตรีเตรียมสวมใส่เสื้อที่ทางจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์และสิ่งทอ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จัดเตรียมไว้ให้ โดยนำผ้าหมี่ขิด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ จ.อุดรธานี ตัดเย็บจากผ้าพื้นสีน้ำเงินเข้มย้อมครามธรรมชาติ ทอด้วยเทคนิค 4 ตะกอ เป็นลายลูกแก้วที่มีมิติและเอกลักษณ์ประจำตัวจากวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรทอผ้ามัดหมี่ย้อมครามดงยาง–พรพิบูลย์ อ.พิบูลย์รักษ์ แหล่งเรียนรู้การทอผ้ามัดหมี่ย้อมครามที่สืบทอดฝีมือกันมาหลายรุ่น และนำมาตกแต่งด้วยผ้าหมี่ขิด ที่รวมลวดลายสำคัญของจังหวัด คือ “ลายไหบ้านเชียง” ที่เชื่อมโยงกับแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมบ้านเชียง สะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมที่ทำให้อุดรธานีเป็นที่รู้จัก และ “ลายดอกบัว” สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความงดงามของธรรมชาติ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น

โดยเฉพาะทะเลบัวแดง อ.กุมภวาปี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตของชุมชน ไว้บนเสื้ออย่างมีความหมาย สะท้อนคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ ธรรมชาติวิถีชีวิตของชุมชน รวมถึงความโดดเด่นของผ้าหมี่ขิดอยู่ที่กระบวนการทออันประณีต ใช้เทคนิคเก็บขิด หรือ เก็บดอก จำนวน 58 ไม้ สลับกับการมัดหมี่และใช้สีจากครามธรรมชาติ ผลิตโดยกลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี แหล่งเรียนรู้และผลิตผ้าทอมือจากกี่โบราณ รวมถึงเป็นแหล่งรวบรวมผ้าทอพื้นเมืองจากช่างทอทั่วจังหวัด เมื่อนำผ้าพื้นย้อมครามมาผสานกับผ้าหมี่ขิดที่มีลวดลายเฉพาะตัว จึงเกิดเป็นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนทั้งความประณีตของงานหัตถศิลป์และเรื่องราวของบ้านเกิด โดยแนวคิดของลวดลายยังสื่อถึงความมั่งคั่ง ความยั่งยืน ความร่มเย็นเป็นสุข และความงดงามที่ส่งต่อได้จากรุ่นสู่รุ่น
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า จ.อุดรธานี มีรากฐานภูมิปัญญาผ้าทอมือที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยชุมชนบ้านนาข่าเริ่มรวมกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และผ้าขิดอย่างจริงจังใน พ.ศ. 2517 จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์จังหวัดที่สะท้อนผ่านคำขวัญ “ธานีผ้าหมี่ขิด” ต่อมาใน พ.ศ. 2534–2535 ยังมีการจัดทำผ้าหมี่ขิดประวัติศาสตร์เพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานีครบ 99 ปี โดยช่างทอ 150 กลุ่มทั่วจังหวัดร่วมกันทอผ้าผืนเดียวความยาว 1,199 เมตร กว้าง 60 เซนติเมตร ประกอบด้วยลวดลายมากกว่า 600 ลาย ปัจจุบันจัดแสดง ณ ศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์และสิ่งทอ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
การนำผ้าหมี่ขิดมาเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม ครม. สัญจร ไม่เพียงเป็นการนำเสนออัตลักษณ์ของจังหวัดเจ้าภาพ แต่ยังเป็นโอกาสในการสะท้อนคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นและฝีมือของช่างทอไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง การสืบสานผ้าทอพื้นเมืองจึงไม่ใช่เพียงการรักษาลวดลายจากอดีต แต่คือการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดคุณค่าในปัจจุบัน และสร้างโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ในการประชุม ครม. สัญจร ครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กำชับรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภูมิภาคอื่น โดยการเตรียมข้อเสนอโครงการพัฒนาพื้นที่ 5 ประเด็น ได้แก่ การเกษตร อาหาร การแก้ไขปัญหายาเสพติด การพัฒนาการค้าชายแดน และการท่องเที่ยว

