หน้าแรก การเมือง อรรถวิชช์ จี้...

อรรถวิชช์ จี้คุมขยะพิษ วราวุธ ยันไม่แบนนำเข้าเศษเหล็ก เล็งติด GPS คุมรถขนสารอันตราย

29.10.26 | 13:26 น.

“อรรถวิชช์” จี้ แก้ปัญหาขยะพิษอุตสาหกรรม สกัดซ้ำรอยขยะพิษตกกลางทางปราจีนบุรี หนุนร่าง พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม ฉบับรทสช.เร่งออกกฎเหล็กข้ออ้อย ด้าน “วราวุธ” ยัน ก.อุตสาหกรรม ไม่มีนโยบายยกเลิกนำเข้าเศษเหล็ก เผย เตรียมเสนอจำกัดส่งออก–แก้กฎหมายยอมรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ปนเปื้อนเป็นเปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย ส่งตรงโรงหลอม พร้อมใช้ GPS ตามรถขนวัตถุอันตราย

เมื่อวันที่ 29 ต.ค.เวลา 11.35 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายอรรถวิชช์​ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ถามนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ถึงความชัดเจนในการนำเข้าเศษเหล็ก คุณภาพเหล็ก และการจัดการกากอุตสาหกรรม ในส่วนของมาตรการในการนำเข้าเศษเหล็ก โดยเฉพาะในจ.ปราจีนบุรี หลังน้ำท่วมขยะพิษลอยเต็ม จะเกิดคำถามว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ที่สำคัญอธิบดีกรมศุลกากร แถลงว่าจากนี้ไปจะต้องมาทบทวนเรื่องการยกเลิกการนำเข้าเศษเหล็ก ทำให้เกิดความกังวลว่าหากห้ามนำเข้าเศษเหล็ก จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยพัง เพราะประเทศที่ประกอบรถยนต์ในอาเซียนอย่างเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนิเซีย เขามีการถลุงเหล็กในประเทศตัวเองทั้งนั้น โชคดีที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ แต่ถลุงเหล็กเองไม่ได้ ต้องนำเข้าเศษเหล็กเป็นหลัก ปัจจุบันความต้องการในประเทศประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ที่ต้องใช้ 6 ล้านตัน แต่นำเข้าตลอด จึงอยากทราบความชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น


นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยไปเป็นภาคีอนุสัญญาบาเซล ที่ห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ห้ามนำเข้าเศษพลาสติก กระทรวงพาณิชน์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ไปออกกติกาในปี 2568 ห้ามนำเข้าเศษอิเล็กทรอนิกส์ห้ามนำเข้าเศษพลาสติกแต่ปรากฏว่าไปตีความเหมือนกับเฮโรอีนคือห้ามปนเปื้อนเลยแบบเฮโรอีน คำถามคือเป็นไปได้หรือเพราะทั่วโลกเขากำหนดเกณฑ์ว่าปนเปื้อนได้เท่าไหร่ ประเทศเราจะเป็นไปได้อย่างไร จะนำเข้ารถยนต์บดอัดในประเทศไทยแต่มานั่งให้ช่างไปถอดสายไฟทีละชิ้นกันชนทีละชิ้นเขาไม่ทำกันในระบบสากล ทำให้เกิดการตีความว่าถ้าตู้ไหนเปิดตู้นั้นโดนจับถ้าตู้ไหนไม่เปิดตู้นั้นเอาไปใช้งานต่อทั้งที่ผิดทุกตู้ โดยตู้ที่ไม่ได้เปิดก็เอาไปให้คนกลาง ซึ่งมีเศษเหล็กปนเปื้อน แต่ทำลายไม่ได้ก็เอาไปซุกที่จ.ปราจีนบุรี หนักที่สุดคือในปี 2568 จึงอยากได้ความชัดเจนว่า กำหนด กฎเกณฑ์ขั้นต่ำการปนว่าปนแค่ไหนถือว่าไม่ได้เป็นการปน และต่อไปนี้ไม่ควรจะมีคนผ่านพ่อค้าคนกลาง เมื่อนำเข้าเศษเหล็กมาแล้วก็ควรนำเข้าโรงหลอมโดยตรง ไปที่โรงงานที่มีใบอนุญาต 59 หลอมเหล็ก และ106 หลอมขยะได้หรือไม่ เพราะถ้าเป็นอย่างนี้ขยะจะไม่ตกกลางทาง ถ้าทำได้ต้องเป็นคนที่กล้าหาญ

นายอรรถวิชช์​ ถามต่อว่า คุณภาพของเหล็กข้ออ้อย จากมติบอร์ดของสำนักมาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)ออกมาแล้วว่าจำกัดกำหนดเหล็กเส้นใหม่ ไม่มี IF หนังสือเวียนออกแล้วจากเลขาสมอ.จะต้องมีการออกประกาศกระทรวงตามมา ขอความชัดเจนจากรัฐมนตรีว่าจะออกประกาศกฎกระทรวงได้เมื่อไหร่ และดุลยพินิจเป็นอย่างไรในการออกประกาศกฎกระทรวง
นายอรรวิชช์​ถามอีกว่า ตนได้ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การจัดการกากอุตสาหกรรม จำนวน 143 มาตรา ในกฎหมายฉบับนี้ตนยกระดับการจัดการกากทั้งระบบ การจัดการกากขึ้นทั้งระบบที่เป็นระดับกฎหมายลูก และเอาพ.ร.บ.ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ได้เป็นกฎหมายมากำหนด มีการจัดตั้งกองทุนอุตสาหกรรมยั่งยืน ซึ่งเป็นกองทุนเก่าที่ชื่อว่าเอสเอ็มอีประชารัฐ ของเดิมใช้เพื่อกู้ยืม แต่ตนเขียนขยายความเป็นอุตสาหกรรมยั่งยืนเพื่อไปช่วยชาวบ้านเวลาโดนฟ้องร้อง ดังนั้นขอให้รัฐมนตรีสนับสนุนร่างกฎหมายกากอุตสาหกรรมและเงินกองทุนในร่างของสส.เพราะเร็วกว่าร่างของครม. ดังนั้นถ้านายวรวุธ คุยนอกรอบกับนายกฯได้ แล้วนายกฯลงนามพ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม ก็จะออกเร็ว

ด้านนายวราวุธ ชี้แจงว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันไม่มีนโยบายที่จะยกเลิกการนำเข้าเศษเหล็ก เพราะประเทศไทยมีข้อจำกัดเรื่องการถลุงเหล็ก ดังนั้นการนำเข้าเศษเหล็กยังเป็นเรื่องที่จำเป็นและสอดคล้องกับนโยบายระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ( Circular Economy) รวมถึงการลดก๊าซเรือนกระจก เชื่อว่าหากประเทศไทยห้ามนำเข้าเศษเหล็กจริงจะมีหลายประเทศในยุโรปดีใจ เพราะตอนนี้ในยุโรปไม่อยากส่งออกเหล็กเพราะขาดแคลนเช่นกัน จึงขอให้สบายใจได้ว่าไม่มีนโยบายยกเลิกการนำเข้าเศษเหล็ก ในทางกลับกัน เราขอให้กระทรวงพาณิชย์จำกัดการส่งออกเศษเหล็กจากประเทศไทยด้วยซ้ำ หรือจะมีการตั้งกำแพงภาษีในการส่งออกเศษเหล็กให้สูงขึ้น เพื่อจะรักษาวัตถุดิบที่สามารถนำมาเป็นสิ่งของที่ผ่านการใช้งานมาแล้วได้(Secondary Raw Material)

Advertisement

นายวราวุธ กล่าวต่อว่าส่วนการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของการปะปน นั้น กฎหมายต่างๆของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 กฎหมายห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกเป็นกฎกระทรวงว่าห้ามโรงงานนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาเป็น Raw Material ของการผลิต แต่พอมีการนำรถเข้ามาทั้งคัน จะห้ามไม่ให้มีสายไฟหรือแผงPCB (แผงวงจรพิมพ์ )ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่สามอย่างที่เป็นวัตถุต้องห้ามคือยาง พลาสติก ซากอิเล็กทรอนิกส์ ขณะเดียวกันในการประชุมครม.ครั้งที่ผ่านมานายกฯได้หารือว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะอนุญาตให้มีการเจือปนขยะอิเล็กทรอนิกส์บางส่วน เพราะปัจจุบันห้ามปะปนเข้ามาแม้แต่นิดเดียว ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายที่นำคาร์เบล เข้ามาหลอมเป็นเหล็กใหม่ เพื่อใช้ในประเทศไทยประสบปัญหานี้เพราะไม่สามารถนำเข้าได้ ดังนั้นแนวทางคือต้องไปแก้กฎหมาย จากห้ามนำเข้าเลยเป็นอนุญาตให้นำเข้ากรณีปนเปื้อนกี่เปอร์เซ็น แต่ต้องไปหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่นๆด้วย ขอย้ำว่าเห็นใจผู้นำเข้าคาร์เบล

นายวราวุธ ชี้แจงถึงกรณีหลอมเหล็กไม่ผ่านคนกลางส่งตรงไปยังโรงหลอมตนเห็นด้วย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อผ่านคนกลางแล้วจับต้นชนปลายไม่ได้ ว่าของมาจากที่ใด เมื่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม ไปตรวจ มาแล้วเจอว่าแหล่งที่มาจากโกดังหรือเรือลำไหน ก็จะสามารถเอาผิดได้ตามกระบวนการ แต่วันนี้ปัญหาคือกระทรวงอุตสาหกรรมไม่สามารถตรวจสอบได้เวลาเจอของที่ถูกทิ้งอย่างกรณีที่จังหวัดปราจีนบุรีตนก็รู้สึกเจ็บใจ ว่ามาได้อย่างไรและจะจับมือใครดมได้ แต่สิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมพอจะทำได้คือขอความร่วมมือไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่อดู GPS ว่ารถคันไหนไปจุดไหนบ้าง และจะเริ่มใช้ระบบ GPS กับบริษัทที่ขนส่งวัตถุอันตรายให้สามารถดูข้อมูลได้

นายวราวุธ ยังกล่าวถึงกรณีเหล็กข้ออ้อยว่า ตนจะรับไปพิจารณาเพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ถ้าหากเหล็กEFดีกว่าIF และทางคณะกรรมการ กมอ. ประชุมกันและเห็นอย่างไร จะรีบดำเนินการและออกมาเป็นกฎหมายโดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมามีเพียงการแก้ไขความคิดเห็นของคณะกรรมการบางคนในที่ประชุม คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(กมอ.)เท่านั้น