หน้าแรก การเมือง มท.4 สั่งหาต้...

มท.4 สั่งหาต้นเหตุดินสไลด์ภูเก็ต ฮึ่มพวกปรับหน้าดินไม่อนุญาต เร่งเยียวยาก้อนแรก 1 หมื่น

29.10.26 | 16:11 น.

“วรศิษฎ์” สั่งการทุกหน่วยสแตนด์บายรับมือฝนตกหนัก จ.ภูเก็ต พร้อมเร่งจ่ายเงินเยียวยาก้อนแรก 1 หมื่นบาท ประสานท้องถิ่น-คปภ-บริษัทประกัน สำรวจความเสียหายเพิ่มเติม จ่อตรวจสอบปมเอกชนรุกที่ปรับหน้าดินบนภูเขา ทำดินสไลด์หลังพบดำเนินการโดยไม่ได้ขออนุญาต

เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมภูเก็ตว่า สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 26 ตุลาคม จนกระทั่งมีเหตุดินสไลด์ลงมา แต่ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่มีการประสานงานและเคลียร์พื้นที่อย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงวันที่ 24-29 ตุลาคม เป็นช่วงที่ภาคใต้จะพบฝนตกหนัก เพราะฉะนั้นเมื่อเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องเฝ้าระหว่างพื้นที่ต่อเนื่อง เนื่องจากมีโอกาสที่น้ำจะหลากลงมาเพิ่ม เพราะภูมิประเทศภูเก็ตที่เป็นภูเขา ทุกพื้นที่จึงต้องรอสแตนด์บายไว้ทั้งหมดจนกว่าจะเลยช่วงที่ฝนตกหนัก

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการเยียวยาเริ่มดำเนินการไปแล้วได้ให้พื้นที่ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัทประกัน ทำงานเชิงรุกในการเดินเข้าไปรับข้อมูลจากประชาชนตามบ้านได้เลย คิดว่าจะเก็บข้อมูลเสร็จไม่เกิน 1-2 วันนี้ และจะได้โอนเงินเยียวยาก้อนแรกจำนวน 10,000 บาทให้กับชาวภูเก็ตได้เร็วที่สุด ส่วนบ้านเรือนที่เสียหายต้องมีการส่งข้อมูลเพิ่มเติม เพราะต้องมีการพิสูจน์ว่ามีอะไรเสียหายบ้าง และเสียหายเท่าไหร่ ประกันก็จะ เยียวยาครอบคลุมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง


เมื่อถามถึงพื้นที่ภูเก็ตที่อุทกภัยรอบนี้รุนแรงเนื่องจากมีการบุกรุกพื้นที่บนเขาทำให้มีดินโคลนสไลด์ลงมา หลังจากนี้กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องดำเนินการทั้งหมด แต่สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต เพราะจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวสูงมาก จึงเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว บางครั้งบางพื้นที่โดยเฉพาะจุดที่เกิดเหตุดินสไลด์ พบว่ามีการไปปรับหน้าดินบนภูเขา ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ว่ามีการขออนุญาตหรือไม่ ซึ่งทางเทศบาลได้รายงานว่า เขาไม่ได้ขออนุญาต และก่อนหน้าทางเทศบาลได้ทำหนังสือขอระงับการทำงานในพื้นที่ดังกล่าวไปแล้ว โดยหลังจากนี้ต้องไปดูว่าสาเหตุมันเกิดจากตรงไหน รวมทั้งต้องตรวจสอบว่ามีการบุกรุกหรือไม่ เนื่องจากพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับพื้นที่สปก.และเอกชนที่เป็นพื้นที่ นส.3 ต้องไปดูในรายละเอียดว่าทำถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าดำเนินการไม่ถูกต้องก็จะต้องจัดการ อย่างไรก็ตาม ความยากของจังหวัดภูเก็ต คือการเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงมาก ทำให้การดำเนินการ ต้องดูภาพรวมของพื้นที่ และภาพรวมของเศรษฐกิจด้วย และยึดกฎหมายเป็นตัวตั้ง