ไล่บี้รัฐบาลแก้ขยะพิษ ตั้งกระทู้ถาม ‘ท็อป-เฮ้ง’ ปชน.นำประชาชนแถลง ปราจีนน้ำเน่า จี้ควบคุม
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสด โดยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ถามนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ถึงความชัดเจนในการนำเข้าเศษเหล็ก คุณภาพเหล็ก และการจัดการกากอุตสาหกรรม มาตรการการนำเข้าเศษเหล็ก โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมและเกิดขยะพิษในจ.ปราจีนบุรี ที่สำคัญอธิบดีกรมศุลกากร แถลงว่าจะทบทวนเรื่องการยกเลิกการนำเข้าเศษเหล็ก ทำให้เกิดความกังวลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากประเทศไทยถลุงเหล็กไม่ได้ ต้องนำเข้าเศษเหล็กเป็นหลัก รวมทั้งอยากทราบความชัดเจนกรณีห้ามนำเข้าเศษอิเล็กทรอนิกส์ มีการกำหนดกฎเกณฑ์ขั้นต่ำเศษเหล็กปะปน รวมทั้งขอให้รัฐมนตรีสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.การจัดการกากอุตสาหกรรม 143 มาตรา ที่ยกระดับการจัดการกากทั้งระบบ
นายวราวุธ ชี้แจงว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันไม่มีนโยบายยกเลิกการนำเข้าเศษเหล็ก เพราะประเทศไทยมีข้อจำกัดเรื่องการถลุงเหล็ก ดังนั้นการนำเข้าเศษเหล็กยังเป็นเรื่องที่จำเป็นและสอดคล้องกับนโยบายระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ( Circular Economy) รวมถึงการลดก๊าซเรือนกระจก ในทางกลับกันได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์จำกัดการส่งออกเศษเหล็กจากประเทศไทย ส่วนการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของการปะปน นั้นกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงห้ามโรงงานนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาเป็น Raw Material ของการผลิต ทำให้ผู้ประกอบการที่นำคาร์เบลเข้ามาหลอมเป็นเหล็กใหม่ใช้ในประเทศไทยประสบปัญหานี้ ดังนั้นแนวทาง คือ ต้องแก้กฎหมาย โดยอนุญาตให้นำเข้ากรณีปนเปื้อนกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่นๆด้วย
“กรณีหลอมเหล็กไม่ผ่านคนกลางส่งตรงไปยังโรงหลอมนั้นผมเห็นด้วย วันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมไม่สามารถตรวจสอบได้เวลาเจอของที่ถูกทิ้ง อย่างกรณีที่จังหวัดปราจีนบุรีมาได้อย่างไรและจะจับมือใครดมได้ สิ่งที่กระทรวงพอจะทำได้ คือ ขอความร่วมมือกรมการขนส่งทางบกเพื่อดู GPS ว่ารถคันไหนไปจุดไหนบ้าง และจะเริ่มใช้ระบบ GPS กับบริษัทที่ขนส่งวัตถุอันตรายให้สามารถดูข้อมูลได้” นายวราวุธ กล่าว
ขณะที่นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้สดถามนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เรื่องการแก้ปัญหาและควบคุมมลพิษระหว่างเกิดเหตุอุทกภัย จากกรณีปัญหาขยอิเล็กทรอนิกส์จากอุทกภัยภาคตะวันออก เพราะไม่เคยเห็นการสั่งการจากนายสุชาติ และนายสุชาติ ไม่เคยเข้าประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม
นายสุชาติ ชี้แจงว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขทันที เป็นหน่วยงานแรกไปร้องทุกข์กล่าวโทษโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำให้น้ำเป็นสายรุ้ง และประสานปปง.ยึดทรัพย์ ส่งปัญหาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมาย และแก้ปัญหา
วันเดียวกัน นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อม น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน นำตัวแทนภาคประชาชน แถลงข่าวกรณีน้ำสีรุ้ง จ.ปราจีนบุรี โดยระบุว่าสถานการณ์ขยะมลพิษ จ.ปราจีนบุรี มีมาตั้งแต่ปี2561 โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนทำโรงงานขยะรีไซเคิล 105 และ 106 มีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ทำให้ชาวปราจีนบุรีวิตกกังวล ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบเรื่องมลพิษอย่างหนัก ทั้งการสร้างโรงงานไม่ได้มาตรฐาน ลักลอบฝังกลบ ทิ้งขยะมากมายรวมทั้งน้ำท่วมใหญ่เกิดผลกระทบมากมายมหาศาล โดยเฉพาะมลพิษที่ไหลจากน้ำ ทำให้น้ำสองสี น้ำสายรุ้ง ปลาตาย โดยประชาชนแจ้งข้อมูลโรงงานลักลอบทิ้งขยะ แต่อุตสาหกรรมจังหวัด ไม่สามารถควบคุมได้ถือเป็นความล้มเหลว น้ำท่วมครั้งนี้มีมลพิษที่ฝังอยู่ใต้ดินผุดขึ้นมากมาย สะท้อนว่าภาครัฐอนุมัติโรงงานให้เกิดขึ้นมากมาย แต่ไม่สามารถกำกับดูแลควบคุมโรงงาน จึงอยากเห็นว่ารัฐบาลแก้ปัญหาอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเร่งประกาศเขตควบคุมมลพิษในจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อให้มีการจัดการควบคุม และแก้ปัญหามลพิษอย่างเป็นระบบ

