‘พลพีร์’ เผย ‘ปกครอง-ดีเอสไอ’ เร่งสอบทายาท ‘โจเซฟ’ หลัง ‘นายกฯ’ เซ็นเพิกถอนสัญชาติไทย พบ 19 บริษัทที่ถือครองอยู่ระหว่างตรวจสอบ หากถือครองหุ้นเกินสัดส่วนกฎหมาย ตีเป็นนอมินี พร้อมอายัดทรัพย์-บังคับจำหน่าย
เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการเพิกถอนสัญชาติ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ (Rabbi Joseph Heim Kantor) ผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด (Chabad) ในประเทศไทยว่า นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในหนังสือคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นสำนวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งมาที่กรมการปกครอง และเราก็พิสูจน์แล้วว่าหลังจากเขาไปรับสัญชาติไทยมาแล้ว ก็ยังมีการใช้สัญชาติอเมริกาอยู่ ตอนนี้ในส่วนของกรมการปกครองเราก็ไปดูว่าทายาทและผู้ที่ได้สัญชาติไทยต่อจากนายโจเซฟเป็นใครบ้าง ในเมื่อนายโจเซฟก็ทำความผิดแล้ว เราก็ต้องไปดูว่าลูกหลานและเคยญาติที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในประเทศไทยและถือครองสัญชาติไทยด้วยมีความผิดด้วยหรือไม่ หากมีความผิดเราก็ต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน
นายพลพีร์กล่าวต่อว่า ส่วนทรัพย์สินของนายโจเซฟที่ถือครองในขณะที่มีสัญชาติไทยนั้น เมื่อครอบครองแล้วผิดกฎหมายของประเทศไทย ก็ต้องดูว่าพื้นที่ดินแต่ละแปลงถือครองเมื่อไหร่ หากถือครองในขณะได้รับสัญชาติไทย และกระทำความผิดด้วย กรมที่ดินก็จะบังคับขายที่ดินต่อไป ตอนนี้เราอยู่ในระหว่างการสืบสวนของกรมการปกครอง ซึ่งสืบสวนได้ว่าตอนนี้มีทั้งหมด 19 บริษัท โดยกรมที่ดินและกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จะบูรณาการร่วมกัน และรีบสรุปสำนวน

นายพลพีร์กล่าวว่า หากพบว่าการถือครองหุ้นเกินในอัตราส่วนที่ผิดกฎหมายก็จะถือว่าเป็นบริษัทนอมินี ส่วน 19 บริษัทของนายโจเซฟจะมีแตกออกไปในบริษัทอื่นๆ ที่ถือครองอีกหรือไม่ ตอนนี้ DSI และกรมที่ดิน กำลังทำข้อมูลอยู่ หากพบว่ากระทำความผิดเราก็จะตามยึดทรัพย์ อายัดและบังคับจำหน่ายต่อไป ตามกฏหมาย



