“สหัสวัต” รับข้อเรียกร้อง “เครือข่ายแรงงาน MWG ” จี้ รัฐบาลรับรอง ILO ฉบับที่ 87และ98 ดันร่าง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ฉบับประชาชน ยกระดับสิทธิแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากลขอ อย่าอ้างต้องแก้กฎหมายก่อน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชนชลบุรี ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) และที่ปรึกษากมธ.แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากตัวแทนเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) นำโดยนายอดิศร เกิดมงคล ตัวแทนเครือข่าย เพื่อขอให้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฉบับประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ ฉบับที่ 98 เพื่อปลดล็อคสิทธิแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล
นายอดิศร กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายฯ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับมาหลาย 10 ปี และขอทวงถามข้อเรียกร้องที่กลุ่มเครือข่ายได้ยื่นให้กับกระทรวงแรงงานและรัฐบาลใน 6 ประเด็น ได้แก่ 1.กำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจนในการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ ฉบับที่ 98
2.ให้ ครม. มีมติเห็นชอบ กับการให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้งสองฉบับโดยเร็ว 3.ทบทวน และปรับปรุงกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับพันธกรณีและมาตรฐานสากล เพื่อรับรองสิทธิการรวมตัวและเจรจาต่อรองของแรงงานทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ 4.กำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจนในการรับรอง อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานและสมาชิกครอบครัว หรือ การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ 5. เปิดเวทีการมีส่วนร่วมกับสหภาพแรงงาน องค์กรนายจ้างและภาคประชาชน และ 6. ใช้เวทีเจรจาการค้าเสรีไทย-อียู และการเข้าเป็นสมาชิกOECD เป็นกลไก ยกระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ในฐานะเป็นประเทศเคารพสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานรายงานสากล

ด้านนายสหัสวัต กล่าวว่า ข้อเรียกร้อง ให้รับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 มีมาหลาย 10 ปี ซึ่งผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานทุกยุคทุกสมัย จะทำเมื่อเข้ามารับตำแหน่งคือการตั้งคณะ ทำงานขึ้นมาศึกษาการให้สัตยาบันอนุสัญญานี้ทุกครั้ง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการรับรองอนุสัญญาทั้งสองฉบับ ดังนั้นในฐานะกรรมาธิการแรงงาน เห็นว่าไทยต้องรับรองอนุสัญญาทั้งสองฉบับนี้ เพราะเราเป็นหนึ่งในประเทศผู้ร่วมก่อตั้ง แรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งสิทธิต่างๆเป็นสิ่งที่แรงงานทุกคนควรได้รับ และเป็นสิ่งที่ควรจะรับรองอยู่ในรัฐธรรมธรรมนูญด้วย จึงขอว่าอย่าใช้ข้ออ้างเดิมว่าต้องแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับอนุสัญญาก่อนจึงจะรับรองได้ เพราะหากไทยรับรองอนุสัญญาก็จะสามารถมีผู้แทนเข้าไปทำงาน ร่วมในภาคีอนุสัญญาได้
นายสหัสวัต กล่าวต่อว่ายอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริง ที่เปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติเข้ามาอยู่ในอนุสัญญานี้ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ กฎหมายของประเทศไทย เหมือนกับคนไทยที่ไปทำงานที่ต่างประเทศ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศนั้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันกับมาเฟียแรงงานข้ามชาติ ก็จะหรือเข้ามาทำธุรกิจสีดำสีเทาใน ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องยกระดับสิทธิทางกฎหมาย แต่กลุ่มนายทุนไม่ได้ย้ายฐานการผลิต เพราะเรื่องสิทธิแรงงานแต่ประเทศไทยมีปัจจัยหลายอย่างที่กลุ่มทุนจะพิจารณา เช่น ด้านการ การส่งเสริมการลงทุน และสาธารณูปโภคต่างๆ ดังนั้นหากรัฐบาลชุดนี้รับรองอนุสัญญาทั้งสองฉบับก็จะถือเป็นผลงานสำคัญ


