‘ตรีรัตน์’ ตั้งคำถามโซลาร์ประชาชน 1 ล้านหลัง การไฟฟ้าเป็นทั้งผู้ติดตั้ง-ผู้กำกับ หวั่นเปิดช่องระบบหัวคิว ดันต้นทุนประชาชนสูงขึ้น
วันนี้ ( 30 พย.69) นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำกรรมาธิการพลังงาน ได้โพสต์เฟสบุ๊คถึงกรณีที่รัฐบาลเปิดตัวโครงการ “โซลาร์ประชาชน” พร้อมสนับสนุนเงินอุดหนุนสูงสุด 50,000 บาทต่อครัวเรือนว่า
แม้จะเป็นนโยบายที่มีเป้าหมายส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดค่าไฟให้ประชาชน แต่หลักเกณฑ์บางประการกลับสร้างข้อกังวลต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่ม SME ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ที่มองว่าโครงการอาจสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ และลดโอกาสการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ประเด็นสำคัญคือการกำหนดให้การติดตั้งต้องดำเนินการผ่านการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือผู้ประกอบการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามเงื่อนไขของการไฟฟ้า ขณะที่การไฟฟ้ายังมีบทบาทเป็นทั้งผู้รับติดตั้ง ผู้ตรวจสอบระบบ และผู้อนุมัติการเชื่อมต่อเข้าระบบไฟฟ้า จนเกิดคำถามถึงความเหมาะสมของบทบาทดังกล่าวในฐานะผู้กำกับและผู้เล่นในตลาดเดียวกัน
นอกจากนี้ การไฟฟ้าไม่ได้มีบุคลากรติดตั้งโซลาร์จำนวนมากเพียงพอรองรับเป้าหมายระดับหลักล้านครัวเรือน ทำให้เกิดข้อกังวลว่าในทางปฏิบัติอาจมีการส่งต่องานไปยังผู้รับเหมาช่วง ซึ่งอาจทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มเติมจากระบบคนกลาง และส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ด้านราคาสูงสุดเท่าที่ควร
อีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์คือเงื่อนไขการวางหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร (Bank Guarantee) ทั้งระหว่างดำเนินงานและหลังส่งมอบงานเป็นเวลานานหลายปี แม้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค แต่ในทางปฏิบัติอาจเป็นภาระต่อผู้ประกอบการรายเล็กที่มีข้อจำกัดด้านวงเงินสินเชื่อและเงินทุนหมุนเวียน ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่มีความได้เปรียบมากกว่า
หากวัตถุประสงค์ของรัฐบาลคือการเร่งให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากที่สุด เร็วที่สุด และในต้นทุนที่ต่ำที่สุด ควรพิจารณาเปิดการแข่งขันให้ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติและมาตรฐานตามที่กำหนดสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะเมื่ออุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการก็อยู่ภายใต้การกำกับมาตรฐาน มอก. อยู่แล้ว
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าโครงการนี้จะทำให้มีการติดตั้งโซลาร์เพิ่มขึ้นหรือไม่ แต่คือโครงสร้างของโครงการถูกออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจริงหรือไม่ และสามารถสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการทุกขนาดได้เพียงใด
ท้ายที่สุด หากเป้าหมายคือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ประชาชนควรได้รับทั้งราคาที่เป็นธรรม ทางเลือกที่หลากหลาย และตลาดที่แข่งขันอย่างเสรี ไม่ใช่ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างที่อาจจำกัดการแข่งขันโดยไม่จำเป็น



