คำถามที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะลงเลือกตั้งหรือไม่ จะจัดตั้งพรรคการเมืองหรือไม่
ถือว่า จบ
จบตั้งแต่ 1 เมื่อ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด และ 1 เมื่อ นายวิทยา แก้วภราดัย ออกมาแถลง
คนแรกแถลงในฐานะ “โฆษก”
“พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีจิตใจเป็นนักการเมืองอาชีพ เพียงแค่เข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจริงๆตามโรดแมปที่กำหนดไว้ให้สำเร็จ ไม่ได้ต้องการที่จะเป็นนักการเมือง”
คนหลังแถลงในฐานะอดีตสปท.
“เป็นไปไม่ได้ที่พล.อ.ประยุทธ์จะลงสมัครรับเลือกตั้งเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดเวลาไว้ว่า หากใครจะลงสมัคร ส.ส.ต้องลาออกภายใน 90 วันภายหลังจากรัฐธรรมนูญบังคับใช้”
ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 5 กรกฎาคม
ความชัดเจนในที่นี้มิได้อยู่ที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างแน่นอน
หากแต่ยังอยู่ที่ว่า
1 ความจำเป็นในการเข้ามาของคสช.ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นั้นลุล่วงไปแล้วหรือยัง
คำตอบนี้สัมพันธ์กับอีกคำถาม 1 ซึ่งสำคัญ
นั่นก็คือ หากยังไม่ลุล่วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความจำเป็นต้องดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ อย่างไร
คำตอบเหมือนเป็น “ความลึกลับ”
“หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ทีวีทุกช่องวุ่นวายอยู่กับเรื่องของผมที่ว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ บ้าบอคอแตกอยู่นั่น วันนี้จะเป็นจะตาย ฉะนั้นอย่าไปสนใจใครพูดอะไรก็พูดไป
“มันเรื่องของผม”
ความลึกลับทั้งหมดจึงไขออกมาโดยคำพูดแต่ละคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คล้ายกับเป็น “เรื่องส่วนตัว”
แต่หากดูจากการที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมาแถลงในลักษณะนำร่องแล้วก็ตามมาด้วย “ท่านประยุทธ์”
เด่นชัดว่า เรื่องนี้มิได้เป็น “เรื่องส่วนตัว” หากแต่เป็นเรื่องของชาติ เรื่องของบ้านเมือง

