หน้าแรก การเมือง พริษฐ์ ยันโฟก...

พริษฐ์ ยันโฟกัสซักฟอกธ.ค. เผย 3 กลไก ใช้เวทีสภาตรวจสอบรบ. พร้อมหารือฝ่ายค้าน ปมยื่นม.152

1.11.26 | 12:11 น.

พริษฐ์ เผย ‘ฝ่ายค้าน’ โฟกัสซักฟอก เปิด 3 แนวทางใช้เวทีสภาแก้ปัญหา ปชช.-ตรวจสอบ ‘รัฐบาล’ ดันกฎหมายค้างสภา-เปิดประชุมร่วมรัฐสภา บอกพร้อมหารือฝ่ายค้านเพื่อความเป็นเอกภาพ ปมยื่นอภิปราย 152

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ควบคู่กับญัตติการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มีการตกผลึกกันแล้วหรือไม่ว่า ต้องย้ำว่าสมาธิหลักของเราก็จะมุ่งเป้าไปที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคม แต่เมื่อไปอยู่ในช่วงต้นเดือนธันวาคม ฝ่ายค้านก็ต้องมาขบคิดต่อว่าเราจะใช้เวลาของสภาในช่วงเดือนพฤศจิกายนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งตนคิดว่าเป้าหมายของฝ่ายค้านเรามีตรงกันคือจะใช้เวลาในสภาในช่วงพฤศจิกายนอย่างไร เพื่อมุ่งเป้าในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนพบเจออยู่ รวมถึงการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล

นายพริษฐ์กล่าวว่า การเสนอญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ก็เป็นเพียงกลไกหนึ่งที่ถูกเสนอโดยสมาชิกบางส่วนจากชื่อฝ่ายค้าน แต่ความจริงยังมีอีกหลายกลไกที่สามารถใช้เพื่อเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาประชาชนและตรวจสอบรัฐบาลได้ เช่น กลไกที่ 1 ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้มีการเสนอญัตติเข้าไปเพื่อหารือแนวทางเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณในปี 2571 เพราะปัจจุบันเราก็เห็นว่ารัฐบาลมีท่าทีที่ต้องการที่จะเพิ่มกระบวนการในการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับงบประมาณปี 2571 ก่อนจะมีการจัดทำงบประมาณ หรือที่รัฐบาลเรียกว่า Pre-budget consultation ซึ่งเรามองว่าหากจะมีการรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน ก็ควรที่จะมีการเสนอญัตติเข้าไปในที่ประชุมสภาเพื่อใช้ที่ประชุมสภาในการแลกเปลี่ยนความเห็นกัน เพื่อจะเป็นการจัดสรรงบประมาณที่สะท้อนปัญหาที่ประชาชนกำลังพบเจอในด้านต่างๆ


นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า กลไกที่สองที่เป็นไปได้คือการผลักดันกฎหมายหลายฉบับที่ค้างอยู่ในสภา ที่เราเห็นว่าน่าจะสามารถดึงมาพิจารณาในช่วงเดือนพฤศจิกายนได้ ไม่ว่าจะเป็นชุดกฎหมายที่เกี่ยวกับการยกระดับสิทธิเสรีภาพของประชาชน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลรัฐอย่างโปร่งใส เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขมลพิษสารพิษ รวมถึงการกำกับมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม

นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า ส่วนกลไกสุดท้ายคือการใช้เดือนพฤศจิกายนในการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณากฏหมายที่ต้องพิจารณาร่วมกันระหว่าง ส.ส.และ ส.ว. ไม่ว่าจะเป็นร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่มี ส.ส.ของพรรคประชาชนได้เสนอเข้าไป เกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้มีความโปร่งใสมากขึ้น คือไม่ได้เปิดเผยแค่ 180 วัน แต่เปิดเผยตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งหรือเลยไปอีกสักระยะ รวมถึงการเปิดเผยในรูปแบบที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ และทำให้ประชาชนมีอาวุธในการตรวจสอบเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเกี่ยวกับการคืนสิทธิประชาชนสามารถถอดถอนองค์กรอิสระได้ เพราะที่ผ่านมาเราเห็นปัญหาองค์กรอิสระเป็นอิสระจากการที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้

เมื่อถามว่า สมาชิกบางส่วนที่มีการเสนอให้เปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 นั้น เป็นสมาชิกของพรรคประชาชนหรือพรรคฝ่ายค้านพรรคอื่นด้วย นายพริษฐ์กล่าวว่า เราก็รับฟังความเห็นจากหลากหลายทาง แต่ตนคิดว่าไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร ฝ่ายค้านก็คงจะต้องมีการหารือร่วมกันเพื่อให้มีการดำเนินการอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Advertisement