หน้าแรก การเมือง แกนนำกลุ่มแรง...

แกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ถูกทำร้ายร่างกาย หน้า UN ตอนชุมนุม ทนายแจมประณามใช้ความรุนแรง

1.11.26 | 16:25 น.
ภาพจาก ประชาไท

แกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ถูกทำร้ายร่างกาย ระหว่างชุมนุมหน้า UN เรียกร้องไทยยกเลิกศูนย์ CI ‘ทนายแจม’ ประณาม ชี้ความเห็นต่างไม่ใช่ข้ออ้างใช้ความรุนแรง จี้ ‘ตำรวจ’ ดำเนินคดีตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าเป็นคนสัญชาติไหน

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ประชาไท รายงานว่า ช่วงสายของวันนี้ นายวีระ แสงทอง แกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติ Bright Future จัดการชุมนุมหน้าสำนักงานสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ เรียกร้องให้ไทยยกเลิกศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า (ศูนย์ CI) เนื่องจากเป็นขั้นตอนการสร้างภาระการจ่ายเงินของแรงงานข้ามชาติโดยไม่เป็นธรรม และอยากให้ใช้บัตรชมพูเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนเพียงใบเดียว

ต่อมา กลุ่มปกป้องสถาบันฯ ได้แก่ ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดย นายอานนท์ กลิ่นแก้ว และกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน นำโดย นายทรงชัย เนียมหอม เข้ามารุมทำร้ายนายวีระ โดยพบว่ามีประชาชนคนไทยกลุ่มหนึ่งพยายามเข้าไปประชิดตัวนายวีระและทำร้ายร่างกายหลายครั้ง โดยการต่อยตี ตบไปที่ศีรษะ ใช้หมวกกันน็อกตี ใช้เท้าถีบ และอื่นๆ พร้อมตะโกนด่าทอว่าตัวของนายวีระสร้างความวุ่นวายในไทย ไม่สำนึกบุญคุณ ขณะที่ตำรวจพยายามห้ามปราม และพาตัวนายวีระออกนอกพื้นที่


ภาพจาก ประชาไท

ด้าน น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึงเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่งในสังคมที่ยึดถือหลักนิติรัฐและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งไม่ว่าบุคคลใดในสังคมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมก็ตาม และไม่ว่าผู้ถูกทำร้ายร่างกายจะเป็นคนไทยหรือแรงงานข้ามชาติ แต่ในฐานะมนุษย์ทุกคนต่างมีสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย และต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ หากฝ่ายใดเห็นว่าการชุมนุมหรือข้อเรียกร้องดังกล่าวมีประเด็นปัญหาทางกฎหมาย ก็ควรใช้กระบวนการทางกฎหมายและช่องทางที่เป็นธรรมเข้ามาจัดการแก้ไข ไม่ใช่การใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกายกันกลางถนนเช่นนี้

น.ส.ศศินันท์กล่าวต่อว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานผู้รับผิดชอบความมั่นคงในพื้นที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าระงับเหตุเฉพาะหน้าและนำผู้ถูกทำร้ายออกจากพื้นที่เกิดเหตุเท่านั้น แต่ต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหรือสื่อต่างๆ เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำความผิดและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โดยต้องไม่เลือกปฏิบัติเพราะสถานะ สัญชาติ หรือจุดยืนทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ภาพจาก ประชาไท

“การปกป้องสถาบันหรือการมีอุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละกลุ่มบุคคล เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามกฎหมาย แต่ไม่มีอุดมการณ์ใดๆ ที่จะสามารถสร้างความชอบธรรมให้บุคคลมีสิทธิอยู่เหนือกฎหมาย หรือนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรงเพื่อประทุษร้ายต่อร่างกายและชีวิตของผู้อื่นได้ หลักนิติรัฐจะไม่มีความหมายเลย หากกฎหมายคุ้มครองเฉพาะคนที่คิดเหมือนเรา แต่ไม่คุ้มครองคนที่คิดต่าง ดิฉันขอยืนยันว่าความขัดแย้งต้องแก้ไขด้วยกฎหมายและเหตุผล ไม่ใช่ด้วยกำลัง” น.ส.ศศินันท์กล่าว

Advertisement