หน้าแรก การเมือง พริษฐ์ ซัด ปร...

พริษฐ์ ซัด ประธานสภาฯ ออกคำสั่งตัดอำนาจตรวจสอบกมธ. ถาม โสภณ อยากให้ปชช. จดจำสภาแบบไหน?

3.11.26 | 10:26 น.

พริษฐ์ ซัด ประธานสภาฯ ออกคำสั่งตัดอำนาจตรวจสอบกมธ. 35 คณะ ถามกลับ อยากให้ประชาชนจำสภาฯ ภายใต้การนำของ “โสภณ” แบบไหน หวั่น กลายเป็นสาขาย่อยรัฐบาล เผย เตรียมยื่นหนังสือทบทวนคำสั่ง

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกระเบียบการทำงานของคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ ซึ่งเหมือนเป็นการปิดทางอำนาจการตรวจสอบของฝ่ายค้าน ว่า ตนคิดว่าแนวทางที่ออกมาเกี่ยวกับงานดำเนินการของคณะกรรมาธิการ ชัดเจนว่าเป็นหนึ่งในความพยายามในการทำลายกลไกการตรวจสอบของสภาฯ โดยเฉพาะของฝ่ายค้าน การที่จะกำหนดให้ดำเนินการทุกอย่างของคณะกรรมาธิการ ต้องมีมติที่ประชุมรองรับไม่เพียงแต่ขัดต่อแนวปฏิบัติที่ผ่านมา รวมถึงไม่เพียงแต่จะทำให้การทำงานของคณะกรรมาธิการมีความคล่องตัวน้อยลง แต่ไปเปิดช่องส.ส. ของรัฐบาล ที่เป็นเสียงข้างมากในทุกคณะอยู่แล้วตามข้อบังคับ สามารถปิดกั้นการตรวจสอบเรื่องต่างๆ ที่คณะกรรมาธิการจะดำเนินการได้


นายพริษฐ์ กล่าวว่า เช่น หากสมมติคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาฯ ต้องการตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องคดีโกงส.ว. กลายเป็นว่าส.ส. รัฐบาลอาจจะจับมือกันเพื่อลงมติปิดกั้นไม่ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว หากคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบเรื่องการโกงท้องถิ่น อาจจะเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองในรัฐบาล ก็กลายเป็นว่าเปิดช่องให้ส.ส.รัฐบาลสามารถจับมือกัน เพื่อลงมติปิดกั้นในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้

“ผมขอย้ำว่าแนวปฏิบัติล่าสุดที่ออกมาจากประธานสภาฯ ผมคิดว่าเป็นหนึ่งในความพยายามชัดเจนในการทำลายกลไกการตรวจสอบของสภาฯ โดยเฉพาะของฝ่ายค้าน ดังนั้น ผมอยากตั้งคำถามดังๆ ไปถึงท่านโสภณ ว่าท่านอยากให้สังคมจดจำสภาฯ ภายใต้การนำของท่านอย่างไร เพราะ ณ เวลานี้ ผมมีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรภายใต้การนำของท่านกำลังถูกกลายร่างให้เป็นสาขาย่อยของรัฐบาล พอส.ส. จะถามกระทู้ นายกฯ ก็ปฏิบัติกับมันเสมือนเป็นงานอดิเรก พูดกลางสภาฯ ว่าถ้าว่างจะมาแต่มาถึงวันนี้นายกฯ ก็ยังไม่เคยมาตอบกระทู้แม้แต่ครั้งเดียว พอส.ส. จะตรวจสอบรัฐบาลผ่านกลไกกรรมาธิการ ตอนนี้ก็กำลังถูกบีบให้ต้องไปขอใบอนุญาตจากส.ส. รัฐบาลก่อน หรือพอสส. จะตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องดังกล่าวก็จะถูกดองไว้ที่ประธานสภาฯ เพราะอาจไปเกี่ยวข้องกับคนในครอบครัวที่เป็นผู้มีพระคุณของพรรคต้นสังกัด ของประธานสภาฯ”นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากไม่มีการทบทวนเรื่องดังกล่าว ตนเกรงว่าทุกคนจะจดจำว่าภายใต้การนำของนายโสภณ กำลังถูกแปลงสภาพให้เป็นสาขาย่อยของรัฐบาล และกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลที่ควรจะมีภายใต้ระบอบประชาธิปไตย คงจะถูกทำลายลงและกำลังจะเข้าสู่สภาวะที่สีน้ำเงินทำอะไรก็ไม่ผิด เข้าข่ายความพยายามที่สีน้ำเงินจะกินรวบทุกสถาบันทางการเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกล่าวหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

Advertisement

เมื่อถามว่า มองว่าคำสั่งนี้จะกระทบการทำงานของคณะกรรมาธิการอย่างไรบ้าง เพราะที่ผ่านมาจะมีปัญหาในการทำงานระหว่างกรรมาธิการของฝ่ายค้านกับรัฐบาลอยู่แล้ว นายพริษฐ์ กล่าวว่า ความพยายามตรงนี้ตนคิดว่าเจตนาชัดเจนว่าเป็นความพยายามที่จะทำลายกลไกการตรวจสอบของสภาฯ โดยเฉพาะของฝ่ายค้าน เพราะนอกจากจะขัดต่อหลักการเดิม และทำให้การคล่องตัวของกรรมาธิการน้อยลงแล้ว ยังเปิดช่องให้สส. รัฐบาลที่เป็นกรรมาธิการสามารถปิดกั้นการตรวจสอบทุกเรื่องที่อาจจะเกี่ยวข้องกับคนของรัฐบาลได้

ต่อข้อถามว่า จะใช้ช่องทางไหนในการที่จะให้ประธานสภาฯ ทบทวนคำสั่งดังกล่าว นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในวิปฝ่ายค้านถ้าทุกฝ่ายเห็นตรงกัน ฝ่ายค้านคงมีการทำหนังสืออย่างเป็นทางการ ยื่นให้กับประธานสภาฯ เพื่อขอหารือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ออกมา ก่อนที่จะมีการบังคับใช้ และทางส.ส. พรรคประชาชนได้มีการยื่นญัตติไปแล้ว เมื่อปลายเดือนตุลาคม เพื่อให้ที่ประชุมสภาฯ เสนอแนะแนวทาง ในการปรับปรุงการทำหน้าที่ของประธานและรองประธานสภาฯ สืบเนื่องจากกรณีก่อนหน้านี้ แต่เมื่อมาถึงวันนี้คงต้องรวมคำสั่งของประธานสภาฯ ไปด้วย

เมื่อถามว่าร่างข้อบังคับการประชุมสภาที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ทางคนในรัฐบาลพยายามจะใช้ทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภาฯ เพราะสาระของร่างแก้ไขข้อบังคับหลายเรื่องสอดรับกับแนวปฏิบัติ ของประธานสภาฯ ที่ประกาศออกมาล่าสุด โดยเฉพาะการเสนอแก้ไขข้อบังคับว่า การดำเนินการทุกเรื่องของคณะกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นการบรรจุ เรื่องการเชิญหน่วยงาน หรือแม้กระทั่งการแถลงข่าว จะต้องเป็นมติของที่ประชุม