หน้าแรก การเมือง กมธ.ศาสนา รุด...

กมธ.ศาสนา รุดวัดโพธิ์ ศึกษาการดูแลโบราณสถาน หนุนวัดเป็นแหล่งเรียนรู้ปชช.

3.11.26 | 16:17 น.

‘กมธ.ศาสนาฯ’ ลงพื้นที่วัดโพธิ์ศึกษาการดูแลโบราณสถานและองค์ความรู้ล้ำค่า หนุนวัดเป็นแหล่งเรียนรู้ ปชช. ควบคู่จัดการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม-รักษาความสงบของพระอาราม

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ เขตพระนคร นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ เดินทางเข้ากราบสักการะพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้ากราบนมัสการพระสุธีวชิรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางการดำเนินงานด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตลอดจนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ


โดยนางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันพระพุทธศาสนาในการธำรงรักษาหลักธรรมคำสอน การพัฒนาศาสนสถานให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของประชาชน ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน ในการอนุรักษ์มรดกทางศาสนา ศิลปกรรม และวัฒนธรรมไทยให้สามารถสืบทอดไปสู่คนรุ่นหลังได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางธิวัลรัตน์ กล่าวต่อว่า การส่งเสริมให้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดความรู้ด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม วรรณกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดเก็บข้อมูลทางวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างสะดวกและทั่วถึง

Advertisement

นางธิวัลรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันการสนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนา จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งต้องบริหารจัดการให้เกิดความเหมาะสม ไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของพระอารามและการปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ตระหนักถึงคุณค่าของศาสนสถาน

นางธิวัลรัตน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากพระสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องโดยตรง จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงปัญหาและความต้องการของศาสนสถานเข้ากับการพิจารณาเชิงนโยบายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้การส่งเสริมพระพุทธศาสนาและการอนุรักษ์วัฒนธรรมมีทิศทางที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง