‘ประธานกมธ.ศาสนาฯ’ รับลูกแนวทาง ‘โสภณ’ ชี้การทำงานต้องยึดหลักองค์คณะ-มติที่ประชุม เตือน หากใช้อำนาจ-วางตัวไม่เหมาะสมอาจบั่นทอนความเชื่อมั่น ทำผู้ถูกเชิญไม่ร่วมมือสภาฯ
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงจุดยืนสนับสนุนแนวทางของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดแนวทางการทำงานของ กมธ. สามัญทั้ง 35 คณะ ว่า การทำงานของกมธ. ถือเป็นหัวใจสำคัญในการกลั่นกรองข้อเท็จจริงและแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ดังนั้น พฤติกรรมและการใช้อำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ. จึงมีความสำคัญยิ่งต่อภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎร
นางธิวัลรัตน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การเป็นประธานกรรมาธิการไม่ใช่เรื่องของการใช้อำนาจหรือการแสดงบทบาทส่วนตัว แต่คือการบริหารจัดการงานในรูปแบบองค์คณะ ที่ต้องเคารพเสียงของสมาชิก กมธ.ทุกคน การที่ประธานสภาฯ เน้นย้ำให้การเชิญบุคคลภายนอกต้องผ่านมติที่ประชุม จึงเป็นกรอบที่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย และยังช่วยป้องกันไม่ให้ กมธ. ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
“การดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการ เราต้องตั้งตนเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ไม่เพียงแค่ทำตามกฎหมาย แต่ต้องมีวุฒิภาวะ ให้เกียรติผู้ที่มาเข้าชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ภาคเอกชน หรือประชาชนทั่วไป หากประธานกมธ. หรือ กมธ. ใช้อำนาจเกรี้ยวกราด แสดงกิริยาไม่เหมาะสม หรือวางตนอยู่เหนือคนอื่น จนทำให้ผู้ที่ถูกเชิญมารู้สึกว่าถูกคุกคาม สิ่งที่ตามมาคือการบั่นทอนความเชื่อมั่น และทำให้สังคมหมดศรัทธาต่อกระบวนการของกรรมาธิการ” นางธิวัลรัตน์ กล่าว
นางธิวัลรัตน์ กล่าวต่อว่า หากสูญเสียศรัทธาจากประชาชนและหน่วยงานภายนอกแล้ว ในอนาคตคงไม่มีใครอยากเข้ามาให้ข้อมูลหรือร่วมมือกับสภาฯ ซึ่งจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อการตรวจสอบและแสวงหาความจริงเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หากเราทำตัวไม่น่าเคารพ จนคนที่ถูกเชิญไม่อยากมาชี้แจงกับสภาฯ อีกเลย ผลกระทบจะตกอยู่กับระบบสภาผู้แทนราษฎรโดยรวม ดังนั้น การน้อมนำแนวทางของประธานสภาฯ มาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ยึดหลักธรรมาภิบาล มีความสุภาพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะรักษาสักดิ์ศรีและคุณค่าของการทำงานในชั้นกรรมาธิการให้อยู่ได้อย่างทรงเกียรติ



