หน้าแรก การเมือง โฆษกกลาโหม ย้...

โฆษกกลาโหม ย้ำ เจาะข้อมูลนักการเมือง ไม่ใช่ภารกิจกองทัพ เร่งสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้กำลังพล

4.11.26 | 12:36 น.

กองทัพ ย้ำ เตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบทั่วโลก เน้นสร้างความตระหนักรู้ให้กำลังพล พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการจัดหาสปายแวร์มาเจาะข้อมูลนักการเมือง เพราะไม่ใช่ภารกิจของกองทัพ

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พล.ร.ต.สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุถึงกรณีมีนักการเมืองได้รับการแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถืออาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยสปายแวร์ และมีการตั้งข้อสังเกตเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคงว่า ไม่สามารถตอบแทนหน่วยงานอื่นได้ แต่ในส่วนงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะทีมโฆษก ไม่มีการใช้สปายแวร์และไม่มีความจำเป็นต้องจัดหาสปายแวร์มาใช้ เพราะไม่มีเหตุผลที่จะเข้าไปล้วงความลับหรือเจาะข้อมูลของบุคคลใด

ส่วนการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ พล.ร.ต.สุรสันต์ ย้ำว่า พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยไซเบอร์ โดยเฉพาะภัยที่มาจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งมีการฝึกอบรมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับกำลังพลอย่างต่อเนื่อง


สำหรับความเสี่ยงที่พบในปัจจุบัน นอกจากเรื่องการเจาะระบบแล้ว ยังมีกรณีที่บุคคลอาจตกเป็นเครื่องมือหรือช่องทางให้ผู้อื่นใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์โดยไม่รู้ตัว จึงต้องสร้างความเข้าใจให้กำลังพลระมัดระวังการใช้งานอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ

โดยผู้ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลชั้นความลับ ต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลหรือถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ยอมรับว่าไม่มีระบบใดปลอดภัยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงต้องอาศัยความตระหนักรู้และความระมัดระวังของแต่ละบุคคลด้วย

โดยกำลังพลต้องเข้าใจหน้าที่ สถานะ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานแม้กำลังพลที่ไม่ได้ทำงานด้านไซเบอร์โดยตรงก็ยังมีความเสี่ยง เพราะทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือ การถ่ายภาพและเผยแพร่ภาพสถานที่ราชการหรือสถานที่ทางทหาร รวมถึงการเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานภาครัฐ ล้วนมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้

Advertisement

นอกจากนี้ กองทัพยังมีการสร้างความตระหนักรู้และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชน รวมถึงการนำแอปพลิเคชันค่าย โทรศัพท์มือถือ มาใช้เป็นเครื่องมือให้กำลังพลประเมินความเสี่ยงด้านไซเบอร์ของตนเอง

พล.ร.ต.สุรสันต์ ย้ำว่า ภารกิจด้านไซเบอร์ของกองทัพมุ่งเน้นเรื่องความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่การเข้าไปเจาะฐานข้อมูลหรือข้อมูลของนักการเมือง ซึ่งไม่ใช่ภารกิจของกองทัพหรือกระทรวงกลาโหม