สว.เชียงใหม่ ยื่น 2 ข้อเสนอ ค้านกฎหมาย กองทุน 4 ฉบับของพรรคภูมิใจไทย เหตุเกี่ยวยุทธศาสตร์ชาติ-คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย
นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอภิปรายกรณีพรรคภูมิใจไทยเสนอร่างพระราชบัญญัติ ( พ.ร.บ.) 4 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS), พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และ พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยระบุว่า ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ มีความเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยเฉพาะประเด็น การเสริมสร้างพลังทางสังคม จึงควรวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้านและเพียงพอตามที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 และพ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายปี 2562 ที่ได้บัญญัติไว้
“ผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการเสริมสร้างพลังทางสังคมจนถึงปี 2568 พบว่ารัฐบาลสามารถเพิ่มทุนทางสังคมได้เพียง 0.54% ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 5.23% ในขณะที่ปี 2570 ได้ตั้งเป้าหมายไว้ถึง 15%”
ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาจังหวัด เชียงใหม่จึงได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลผ่านประธานวุฒิสภา จำนวน 2 ข้อ คือ 1.ให้ทบทวนและระงับการเสนอร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับตามข้อเรียกร้องของภาคประชาสังคม และตามผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนซึ่งส่วนใหญ่แสดงความไม่เห็นด้วย และ 2.มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความสอดคล้องและผลกระทบของร่างกฎหมายต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการเสริมสร้างพลังทางสังคมใน 4 ประเด็น คือ 1. การสนับสนุนการรวมกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม 2. การเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการตนเอง 3. การเสริมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและการช่วยเหลือเกื้อกูล และ 4. การรองรับสังคมสูงวัย และการส่งเสริมบทบาทของผู้สูงอายุให้เป็นพลังของสังคม

นายประหยัดยังระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้เครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดเชียงใหม่ 39 องค์กร ได้ยื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมาย 4 ฉบับดังกล่าวแล้ว เพราะเห็นว่าสาระสำคัญของร่างกฎหมายใหม่ คือการยกเลิกการเรียกเก็บเงินบำรุงจากอุตสาหกรรมสุราและยาสูบ และให้รับการจัดสรรผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน
ทั้งนี้ ภาคประชาสังคมมีข้อห่วงใยว่าร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับจะส่งผลกระทบต่อประขาชนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นงานสร้างเสริมสุขภาพภาวะ การช่วยเหลือผู้สูงอายุ และการพัฒนาด้านกีฬา เพราะจะขาดหลักประกันงบประมาณที่แน่นอนและต่อเนื่อง ขาดพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและประชาชนกลุ่มเปราะบาง กลุ่มชายขอบ และชุมชนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาของตนเองและร่วมพัฒนาประเทศ นอกจากนั้น ยังกระทบต่อความเป็นอิสระในการดำเนินงานของทั้ง 4 องค์กร โดยเฉพาะสถานีไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นองค์กรสื่อสาธารณะ

