หน้าแรก การเมือง ปธ.กมธ.ฟอกเงิ...

ปธ.กมธ.ฟอกเงิน ซัด 3 หน่วยงาน แถลง ‘ยิม เลียก-เบน สมิธ’ เรื่องเก่าเล่าใหม่ จี้ลุยสอบคนไทย

5.11.26 | 15:09 น.

“ปธ.กมธ.ฟอกเงินฯ” ซัด “ปปง.-ก.ล.ต.-สอบสวนกลาง” แถลงข่าวใหญ่โต กรณี “ยิม เลียก-เบน สมิธ”แต่นำเรื่องเก่ามาพูดใหม่ ไม่มีอะไรคืบ ตั้งข้อสังเกต ละเลยไม่สืบสวนคนไทย – ทรัพย์สินในประเทศ จี้ รัฐบาลไทยเร่งสอบบุคคลสำคัญตามที่สหรัฐฯ เคยระบุชื่อ สงสัยอาจตัดตอนแค่คนต่างชาติที่ไม่อยู่ในไทย

เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 5 พ.ย.ที่รัฐสภา นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ฯกรณีการตรวจสอบเส้นเงินของนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ ว่า กมธ. เชิญตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นที่น่าสงสัยว่า ที่ผ่านมามีการแถลงข่าวอย่างใหญ่โต แต่เป็นประเด็นเดิม ทั้งทรัพย์สิน ก็เป็นทรัพย์สินเดิม เอาเรื่องเดิมมาพูด จึงตั้งข้อสังเกตว่าจัดแถลงข่าวใหญ่โตไปเพื่ออะไร ถ้าไม่มีอะไรคืบหน้า แค่เอาเรื่องเก่ามาพูดใหม่ ต่างแค่คนละวัน


นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า กมธ.ฯ จึงกังวลว่ายังไม่มีการสืบเส้นทางการเงินให้ครบถ้วน รวมไปถึงมีบัญชีไหนบ้าง ใครบ้าง ที่เป็นคนไทย เรายังไม่รู้เลยว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องอยู่กี่คน และการทำงานของ ก.ล.ต. ความรับผิดชอบการทำหน้าที่ ทั้งความล่าช้าในการทำงาน ความไม่จริงใจในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ว่าการซื้อขายหุ้น รวมไปถึงบุคคลที่มีการซื้อขายหุ้นการอนุมัติ

นายพิทักษ์เดช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทางกมธ.ฯ ยังตั้งข้อสังเกตว่า มีการตัดตอนผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ออกด้วยหรือไม่เพราะตอนนี้มีการกล่าวหาแค่บุคคลต่างชาติ บุคคลที่อยู่ต่างประเทศ ไม่มีคนที่อยู่ในประเทศไทยแม้แต่คนเดียว เพราะวันนี้ ปปง. ตำรวจสอบสวนกลาง ก.ล.ต. ต้องไปสืบให้ได้ว่า กรรมการบริษัทผู้ที่อนุมัติให้ขายหุ้น นายเบน สมิธ ที่อยู่ในประเทศไทย ยังมีอยู่อีกหรือไม่ คนที่ซื้อขายหุ้น และทรัพย์สินอื่นๆ ของนายเบน สมิธ มีอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรือยอร์ช รถยนต์ ที่ดิน ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงไม่ออกมาพูดถึง ซึ่งเครื่องบินส่วนตัว ก็ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ ตนเองได้สอบถามไปแล้ว เขาบอกว่าก็เห็นแต่ในข่าว แต่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล

Advertisement

“ขอฝากไปถึงรัฐบาลไทยว่า สหรัฐอเมริกา กล้าเอ่ยถึงบุคคลสำคัญในประเทศไทย อดีตคนสำคัญของไทย ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ แต่ทำไมรัฐบาลไทยยังเงียบ นิ่งเฉย หรือไม่กล้าเอาจริงกับบุคคลนี้ อย่าลืมว่าสหรัฐอเมริกา กล้าระบุชื่อ และกล้าเอ่ยนามขึ้นมา แต่ประเทศไทยในฐานะได้รับความเสียหาย ต้องมีความกล้าหาญในการดำเนินการ หรือตรวจสอบบุคคลดังกล่าว และขอฝากไปยังหน่วยงานในไทยด้วย ไม่ใช่จัดโต๊ะแถลงข่าวเอาเรื่องเดิมมาทำให้ใหญ่โต แต่ไม่มีความคืบหน้า”นายพิทักษ์เดช กล่าว

นายพิทักษ์เดช กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ตามหลักจบไม่ได้ เพราะกรณีการซื้อขายหุ้นบุคคลในไทยหายไปไหนหมด ทำไมออกหมายจับและติดตามแต่คนที่หนีไปจากต่างประเทศแล้วเท่านั้น จากนี้ทางกมธ.ฯ จะมีการกำหนดประเด็นต่อไป ซึ่งได้ส่งหนังสือประเด็นคำถามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อดำเนินการหาข้อเท็จจริง ให้กระจ่างกับประชาชนคนไทย
//////