หน้าแรก การเมือง จาตุรนต์ จ่อช...

จาตุรนต์ จ่อชงญัตติด่วน ตั้งกมธ.วิสามัญแก้สารพิษ หาทางฟื้นฟู ห่วงพื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 2.7 แสนไร่

5.11.26 | 15:42 น.

‘จาตุรนต์’ จ่อชงญัตติด่วน ตั้ง กมธ.วิสามัญแก้สารพิษ-กากอุตสาหกรรมปนเปื้อน ห่วงพื้นที่เกษตร 2.7 แสนไร่ เร่งศึกษาต้นตอ วางแนวทางฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม-เยียวยาประชาชน เตรียมเสนอสภา 12 พ.ย.นี้ ด้าน ‘จักรภพ’ จี้ทบทวนปัญหาเชิงโครงสร้าง-การบังคับใช้กฎหมายในอดีต ป้องกันผลกระทบซ้ำ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ แถลงเตรียมเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาสารเคมีและกากอุตสาหกรรมตกค้างหรือปนเปื้อน รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิตของประชาชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนหาแนวทางป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

นายจาตุรนต์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีมติสนับสนุนการเสนอญัตติดังกล่าว เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคกลางและภาคตะวันออก พบปัญหาของเสียจากภาคอุตสาหกรรมปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกง ส่งผลให้ปลาในกระชังตายเป็นจำนวนมาก และกระทบพื้นที่เกษตรกรรมใน จ.ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราประมาณ 270,000 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจคุณภาพน้ำและดิน เพื่อประเมินความปลอดภัยในการเพาะปลูก รวมถึงผลกระทบต่อแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคและระบบประปา นอกจากนี้ ยังมีรายงานการตรวจพบความผิดปกติของระดับโลหะหนักในร่างกายประชาชนบางราย สร้างความวิตกกังวลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่


นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่เพียง 2 จังหวัด แต่ยังพบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับโรงงานคัดแยก ฝังกลบ และรีไซเคิลของเสียประเภท 105 และ 106 ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งมีประมาณ 3,049 แห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ 5 จังหวัดภาคตะวันออกมีโรงงานประมาณ 1,500 แห่ง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบโรงงาน 80 แห่ง พบว่ามี 63 แห่งต้องปรับปรุง และ 1 แห่งถูกสั่งหยุดดำเนินการ ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 17 กันยายน พบจุดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม 61 จุด สะท้อนความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 4/2559 เคยยกเว้นข้อกำหนดด้านผังเมืองสำหรับกิจการบางประเภท เช่น โรงงานรีไซเคิล โรงไฟฟ้า และกิจการกำจัดขยะ โดยระบุว่าแม้คำสั่งดังกล่าวถูกยกเลิกแล้วในปี 2568 แต่ยังมีข้อกังวลถึงผลกระทบจากการตั้งโรงงานในพื้นที่เกษตรกรรมและใกล้แหล่งน้ำ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

Advertisement

นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุที่ปัญหาเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและหลายกระทรวง พรรคเพื่อไทยจึงเห็นชอบให้ ส.ส.เข้าชื่อเสนอญัตติจัดตั้ง กมธ.วิสามัญ เพื่อศึกษาสาเหตุ สำรวจพื้นที่เสี่ยง ตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมอันตราย และกำหนดแนวทางฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมถึงเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ โดยเตรียมเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุมสภาในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ เราพร้อมผลักดันญัตติที่ยื่นไว้แล้วให้เข้าสู่การพิจารณา เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ

ด้านนายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ญัตตินี้สะท้อนปัญหาจากการบริหารจัดการและการบังคับใช้กฎหมายในอดีต โดยเฉพาะช่วงที่การเมืองไทยไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน การตั้ง กมธ.วิสามัญจะช่วยให้ศึกษาปัญหาได้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งสารพิษและกากอุตสาหกรรมที่ปนเปื้อนมากับกระแสน้ำ ตลอดจนปัญหาเชิงโครงสร้าง การบริหารจัดการ และข้อกฎหมายในแต่ละยุคสมัย

นายจักรภพกล่าวต่อว่า ญัตตินี้มีความสำคัญทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและการเมือง โดยมุ่งให้เกิดการทบทวนแนวทางบริหารจัดการที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน พร้อมป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต