หน้าแรก การเมือง ฐิติมา นำกรณี...

ฐิติมา นำกรณีกะเพราเป็นบทเรียน ศึกษาสิทธิงานวิจัยรัฐ–เอกชน โปร่งใส เป็นธรรม และปชช.ได้ประโยชน์

5.11.26 | 17:01 น.

“ฐิติมา” นำกรณีกะเพราเป็นบทเรียน ศึกษาสิทธิงานวิจัยรัฐ–เอกชน ย้ำต้องโปร่งใส เป็นธรรม และประชาชนได้ประโยชน์

วันที่ 5 พฤศจิกายน นางฐิติมา ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุมพิจารณากรณีการจ้างวิจัยพัฒนาพันธุ์กะเพราว่า กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการศึกษาระบบความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยของรัฐ โดยเฉพาะความเป็นเจ้าของผลงาน สิทธิในการนำไปใช้ และการแบ่งปันผลตอบแทน เพื่อให้การพัฒนางานวิจัยมีกติกาที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมสร้างประโยชน์แก่ผู้ลงทุน เกษตรกร และประชาชน


นางฐิติมา กล่าวว่า การส่งเสริมให้เอกชนลงทุนวิจัยเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน เพราะช่วยนำองค์ความรู้ไปพัฒนาการผลิตและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ต้องกำหนดให้ชัดตั้งแต่เริ่มโครงการว่า ใครเป็นผู้ลงทุน ใครเป็นเจ้าของผลงาน ใครมีสิทธินำไปใช้ และจะแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างไร โดยแยกการรับจ้างวิจัยออกจากการร่วมลงทุนวิจัย และพิจารณาแหล่งทุนกับเงื่อนไขสัญญาของแต่ละโครงการ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจสิทธิและหน้าที่ตรงกัน รวมทั้งดูแลประโยชน์สาธารณะอย่างเหมาะสม

สำหรับข้อกังวลเรื่องกะเพรา นางฐิติมาระบุว่า กรมวิชาการเกษตรได้ชี้แจงว่า การคุ้มครองมีขอบเขตเฉพาะพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง ไม่ได้ผูกขาดกะเพราทั้งประเทศ พี่น้องประชาชนจึงไม่ต้องกังวล ยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์ทั่วไปไว้กินหรือเก็บใบขายได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่จะผลิตหรือขายเมล็ดพันธุ์และส่วนขยายพันธุ์ ต้องตรวจสอบให้ชัดว่าเป็นพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองหรือไม่ หากเป็นพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตและข้อยกเว้นของกฎหมาย จึงสนับสนุนให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สื่อสารความแตกต่างระหว่างการปลูกเพื่อบริโภคหรือขายผลผลิต กับการผลิตและขายพันธุ์ พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อให้ประชาชนประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ

ขณะเดียวกัน การรับรองสิทธิของผู้พัฒนาพันธุ์ใหม่ต้องดำเนินควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรและชุมชนในการอนุรักษ์ พัฒนา และใช้ประโยชน์จากพันธุ์พื้นเมืองตามกฎหมาย โดยต่อยอดกลไกแบ่งปันผลประโยชน์และกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชที่กรมวิชาการเกษตรดำเนินการอยู่ ให้สนับสนุนการอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์ในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมส่งเสริมบทบาทมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยในการพัฒนาพันธุ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงพันธุ์ที่ดีในต้นทุนเหมาะสม และรักษาทางเลือกในการประกอบอาชีพ

Advertisement

นางฐิติมา ย้ำว่า คณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับการนำบทเรียนจากกรณีนี้ไปพัฒนาแนวทางบริหารสิทธิและใช้ประโยชน์จากงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความร่วมมือรัฐ–เอกชนเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ และประชาชนเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างโอกาสให้เกษตรกร โดย ความสำเร็จของงานวิจัยต้องวัดทั้งมูลค่าที่สร้างได้ ความเป็นธรรมในการแบ่งปันผลประโยชน์ และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้น