ศาลฎีกา สั่งตีตกคำร้องกกต. ชี้ไร้เหตุเลื่อน-ปมสเปกสว. ‘จรัญ’ ยันไม่มีอำนาจยื่นศาลรธน. นายกฯโต้ข้อหา’น้ำเงินกินรวบ’
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (วปอ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา ทำหนังสือออกระเบียบคุมเข้มการใช้อำนาจของ 35 คณะกรรมาธิการ(กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ในการเชิญบุคคลเข้าชี้แจง ต้องผ่านมติที่ประชุมจนถูกวิจารณ์ว่ารัฐบาลกินรวบสภาผู้แทนราษฎรไปด้วย ว่า “ไม่ได้ฟังครับ”
เมื่อถามถึงคำกล่าวหาที่ว่าน้ำเงินกินรวบถือว่ารุนแรงไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้จักคำนี้ เราทำหน้าที่ ไม่มีกินรวบอะไรทั้งสิ้น ทำหน้าที่ และคำว่าน้ำเงิน พวกตนก็ไม่ได้เป็นสมาชิกตรงนั้น เพราะทำหน้าที่เป็นรัฐบาล ทำหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้รับฉันทานุมัติ และความไว้วางใจจากประชาชนให้มาบริหารประเทศภายใต้ความรับผิดชอบที่เรามีทุกคนอย่างเต็มที่
นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง เห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้รับคำร้องไว้พิจารณาจำนวน 3 คดี ซึ่งเป็นคำร้องของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) รวม 5 คน เคยถูกกกต. ปัดตกคำร้องเรื่องคุณสมบัติไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากมองว่าการพิจารณาคุณสมบัติส.ว.แต่ละระดับชั้นของกกต. ถือเป็นที่สุดแล้ว ว่า สิทธิยื่นคำร้องหรือคำฟ้องอะไรต่อศาลไม่ว่าศาลไหน เป็นสิทธิที่ประชาชนมี ก็ไปยื่นแต่ยื่นแล้วศาลท่านจะรับหรือไม่รับอันนั้นเป็นเรื่องของศาล รับไปแล้วจะวินิจฉัยให้เป็นไปตามที่ขอหรือไม่ ก็ยิ่งเป็นเนื้อหาของคดีแต่ละคดี เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่ามีสิทธิไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญไหมยื่นได้ แต่ถามว่าแล้วมันจะเข้าเกณฑ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยให้หรือไม่ แล้วถ้ารับไปแล้วจะวินิจฉัยอย่างไร อันนั้นเป็นปัญหาที่เรากำลังตามดู
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่ากรณีนี้เข้าเกณฑ์หรือไม่ นายจรัญกล่าวว่า “คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจไปตรวจสอบศาลอื่นใดทั้งสิ้น ไม่ว่าศาลไหน”
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้พิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ขอให้เลื่อนการพิจารณาคดีที่ นายดิเรก พรสีมา เป็นผู้ร้องขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัคร ส.ว. 3 ราย โดย 1 ในเหตุผลที่ขอเลื่อนพิจารณา เนื่องจาก กกต.หรือผู้คัดค้านมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าคำสั่งรับสมัครผู้สมัคร และประกาศรายชื่อผู้สมัครมีความเป็นที่สุดไม่อาจถูกตรวจสอบได้อีก
เว้นกรณีตาม มาตรา 63 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ.2561 และในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2561 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นที่สุด ไม่อาจมีการตรวจสอบหรือทบทวนคำวินิจฉัยได้ ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่สำคัญ และเพื่อให้การพิจารณาและไต่สวนของศาลฎีกามีข้อมูลที่ครบถ้วนทั้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ขอให้เลื่อนการพิจารณาเพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะมีการตรวจพยานหลักฐานหรือไต่สวนต่อไป
ศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ร้องมีเพียงมติให้ยื่นปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยยังไม่ปรากฏว่าได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุให้เลื่อนคดีตามที่ผู้ร้องอ้างในคำร้อง ยกคำร้อง
ทั้งนี้ศาลฎีกา ให้นัดไต่สวนพยานผู้ร้องวันที่ 21 ธันวาคม 2569 เวลา 09.30 16.30 น. และให้นัดไต่สวนพยานผู้คัดค้านวันที่ 22 ธันวาคม 2569 เวลา 09.30 -16.30 น.

