รัฐบาล เดินหน้าเมกะโปรเจกต์ Medical AI – การแพทย์แม่นยำ ตั้งเป้าขึ้นแท่นศูนย์กลางสุขภาพเอเชีย ดันมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพแตะ 3.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2575
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ผ่านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูง โดยมุ่งเน้นการผลักดันปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ และการแพทย์แม่นยำ สู่การใช้งานจริงในระบบสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพและอายุยืนแห่งเอเชีย โดยตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 3.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2575 โดยการขับเคลื่อนครั้งนี้ เป็นผลสรุปจากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย ครั้งที่ 1 ซึ่งเห็นชอบแนวทางการพัฒนาประเทศสู่ Scientific Wellness Economy ผ่าน 3 เสาหลักยุทธศาสตร์ ได้แก่
- การพัฒนาระบบตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึกและบริการป้องกันโรค
- การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการฟื้นฟูสุขภาพ
- การเร่งรัดนวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เป็นของคนไทย
นอกจากนี้ รัฐบาลยังวางแนวทาง 5 โครงการนวัตกรรมเรือธง เพื่อขับเคลื่อนเป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติ ภายใต้กรอบพัฒนา Thailand² Nation of Master ประกอบด้วย การพัฒนาหมูดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อรองรับการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ , การจัดตั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) เพื่อรองรับนวัตกรรมชีวภาพทางการแพทย์ , การเชื่อมโยงฐานข้อมูลสุขภาพ จากโรงเรียนแพทย์ทั่วประเทศ เพื่อต่อยอดงานวิจัยทางคลินิก , การประยุกต์ใช้ Medical AI และ Precision Medicine ในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทั่วประเทศ และการปรับแต่งจีโนมมันสำปะหลัง เพื่อต้านทานโรคใบด่าง สนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและวัตถุดิบชีวภาพ
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า รัฐบาลยังปลดล็อกกฎหมายและมาตรการกำกับดูแล ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การวิจัยในมนุษย์สำหรับการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์, การปรับมาตรฐานการผลิต ATMPs ให้ยืดหยุ่นตามระยะการพัฒนา และการผ่อนคลายเกณฑ์โฆษณาสมุนไพรความเสี่ยงต่ำ รวมถึงการเห็นชอบร่าง สมุดปกขาวระบบนิเวศ Wellness แห่งชาติ เพื่อวางมาตรฐานและกำกับดูแลบริการสุขภาพตามระดับความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ การขับเคลื่อนเชิงนโยบายครั้งนี้ ถือเป็นการเชื่อมโยงระบบสุขภาพทั้งระบบ ตั้งแต่การวิจัยขั้นสูง การพัฒนาเทคโนโลยี การผลิตในอุตสาหกรรม ไปจนถึงการให้บริการทางการแพทย์ ยกระดับไทยจากการเป็นผู้ให้บริการรักษาและจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างและถือครองเทคโนโลยี” ช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีต่างประเทศ และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย


