หน้าแรก การเมือง ปลัด มท.ลั่นถ...

ปลัด มท.ลั่นถึงเวลาสังคายนามูลนิธิคนดัง จี้ ‘องค์กรทำดี’ ส่งบัญชีการเงินภายใน 10 พ.ย.

6.11.26 | 11:52 น.

ปลัดมท.ลั่นถึงเวลาสังคายนามูลนิธิคนดังเรี่ยไรเงิน ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ย้ำต้องส่งเส้นเงินภายใน 10 พ.ย. โยน ตำรวจสอบสวนดำเนินคดีหลังปกครองแจ้งความเอาผิด

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวกรณีกรมการปกครองไปแจ้งความดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดีว่า การจดทะเบียนมูลนิธิมีผู้ที่รับผิดชอบคือสำนักสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ที่จะเป็นเจ้าหน้าที่กลั่นกรอง รวบรวมเรื่องต่างๆ ใครจะจดทะเบียนมูลนิธิสำนักดังกล่าวจะเสนอมาขั้นตอน โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นนายทะเบียน ส่วนถ้าเป็นสมาคมจะต้องเป็นอธิบดีกรมกรมการปกครองเป็นนายทะเบียน และในส่วนจังหวัดจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียน

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก่อนจะมีเรื่องเกิดขึ้นเราเคยบอกแล้วว่าระเบียบของมูลนิธิ ต้องส่งบัญชีรายรับรายจ่ายและงบดุลประจำปี มารายงานประจำทุกปี แต่เมื่อไม่มีการรายงานนานๆ เข้าจะเป็นดินพอกหางหมู พอเกิดเรื่องจึงเข้าไปตรวจสอบจึงพบปัญหา จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะมูลนิธิที่มีคนดังๆ มาจดทะเบียนว่าบางทีเงินไปเข้าบัญชีส่วนตัว ก็เป็นปัญหาเพราะคนที่บริจาคไม่รู้ พอมีเรื่องก็แดงขึ้นมาแบบนี้ ซึ่งขณะนี้กรมการปกครองได้ไปแจ้งความที่สน.นางเลิ้งว่าเป็นการเรี่ยไรที่ไม่ถูกต้อง อยากให้มีการตรวจสอบและให้มีการดำเนินคดีต่อไป โดยมูลนิธิองค์กรทำดีมีสถานที่ตั้งที่กรุงเทพมหานครและเปลี่ยนไปตั้งที่ปทุมธานี จึงมอบหมายให้ทางปทุมธานีไปตรวจสอบ ถ้าไม่ถูกต้องต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เป็นกรรมการด้วย


นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า มูลนิธิส่วนใหญ่ทำงานในลักษณะสังคมสงเคราะห์ อย่างมูลนิธิองค์กรทำดี มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไปช่วยโรงพยาบาล ช่วยโรงเรียนที่ขาดแคลน นี่คือวัตถุประสงค์ของทุกมูลนิธิที่ตั้งมาเพื่อการกุศล แต่วันนี้เมื่อวัตถุประสงค์ดีแต่ผู้บริหารทำไม่ดี ก็ต้องแยกกัน เมื่อทำไม่ดีก็ต้องดำเนินการทางกฎหมาย ที่ไม่ได้ทำตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้

เมื่อถามถึงกรอบเวลาที่ให้มูลนิธิองค์กรทำดี ส่งบัญชีรายรับรายจ่ายและงบดุลประจำปีภายในวันที่ 10 พ.ย. แต่โดนฟ้องร้องแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า มูลนิธิไม่ได้มีคนเพียงคนเดียว มีหลายคน ก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และมีหน้าที่ที่จะต้องยื่นมาตามกำหนด แต่เรื่องส่วนตัวบุคคลก็อยู่ที่กระบวนการสอบสวนว่าใช่หรือไม่ว่าที่มีข่าวนำเงินมูลนิธิไปใช้ส่วนตัว

เมื่อถามถึงอำนาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย จะสามารถตรวจสอบอะไรเพิ่มเติมได้มากกว่านี้หรือไม่
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เราได้แจ้งความหลังพบปัญหาแล้ว แต่กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รับรายงานประจำทุกปี ถ้ามีรายงานเข้ามาจะเห็นความเปลี่ยนแปลง และความผิดปกติ แต่คดีความและการดำเนินคดีเป็นเรื่องของตำรวจ ที่จะสอบสวนต่อไปในการดูเส้นทางการเงินการนำเข้าเงินไปสู่ใครบ้าง ตอนนี้เราต้องมีการสังคายนา มูลนิธิทั้งหมดที่เป็นคนดังๆ ใครก็ตามที่เราได้เห็น ไม่ต้องเอ่ยชื่อทุกคนก็รู้ ถ้าทำถูกก็ไม่ต้องกลัว ถ้าทำผิดก็ต้องหนาวๆร้อนๆแล้ว

Advertisement