หน้าแรก การเมือง โฆษกรัฐบาลแจง...

โฆษกรัฐบาลแจง นายกฯ ไม่นิ่งเฉย ทำหนังสือให้อธิบดีปกครองเข้าชี้แจงกมธ.กม.แล้ว ชี้ฝ่ายค้านทัศนคติไม่ดี งอแงเป็นเด็กๆ

6.11.26 | 16:19 น.

“โฆษกรัฐบาล” แจง “นายกฯ” ไม่ได้เพิกเฉย กมธ.การกฎหมาย ทำหนังสือด่วนที่สุดให้ “อธิบดีกรมการปกครอง” เข้าแจง กมธ.การกฎหมาย ก่อนติดภารกิจน้ำท่วมปราจีนบุรี แต่ส่งเอกสาร TOR สอบท้องถิ่นให้เป็นข้อมูลแล้ว ชี้ ทุก กมธ.ทำแบบเดียวกัน พร้อมตั้ง 3 ข้อสังเกต ใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกพร่ำเพรื่อ-มติ 7:0 มีปัญหา และ ทำตัวงอแงเป็นเด็กสร้าง Fake News กลบผลงานรัฐบาล

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อพิจารณาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ว่า จากกรณีที่กรรมาธิการการกฎหมาย โดยมีนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน เป็นประธาน ที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ยอมสั่งการให้อธิบดีกรมการปกครองไปชี้แจงในที่ประชุม กมธ.และลงมติ กมธ.การกฎหมาย ที่ดูแล้วมีปัญหา ตนได้ไปเสาะหาข้อเท็จจริงมา โดยมีหนังสือจาก กมธ.การกฎหมาย ลงวันที่ 30 ก.ย.69 ซึ่งเป็นหนังสือที่สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้อธิบดีกรมกรมการปกครองมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นต่อ กมธ. กรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 67-69


นายเอกภพ กล่าวว่า ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.69 หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งต่ออธิบดีกรมการปกครองให้ทราบ วันที่ 5 ต.ค.69 อธิบดีกรมการปกครอง มีหนังสือแจ้ง กมธ.การกฎหมาย ว่าไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้ เนื่องด้วยติดภารกิจน้ำท่วมที่ จ.ปราจีนบุรี และได้แจ้งไปที่ กมธ.การกฎหมาย ให้รับทราบ พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ TOR การสอบเพื่อบรรจุข้าราชท้องถิ่น ตามที่ กมธ.ร้องขอแล้ว ซึ่งขอยืนยันว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งมอบหมายให้อธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงอย่างชัดเจน และหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามเป็นเรื่องเร่งด่วน เช่นเดียวกับ อธิบดีกรมการปกครองได้ส่งเอกสารให้กับกมธการกฎหมายแล้ว ซึ่งในหลาย กมธ.ก็มีการดำเนินการลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ที่ผู้ชี้แจงไม่สามารถเข้าชี้แจงได้จะส่งเป็นเอกสาร และหากยังตอบไม่ครบถ้วนก็สามารถเรียกขอเอกสารมาเพิ่มเติมได้

นายเอกภพ ยังตั้งข้อสังเกต 3 ประเด็น ประเด็นแรก คือ การใช้ พ.ร.บ. คำสั่งเรียก โดยการเรียกอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งโดยปกติแล้วในสภา หรือคณะกรรมาธิการ เราจะไม่ใช้ พ.ร.บ. คำสั่งอำนาจเรียกพร่ำเพรื่อ จะใช้ต่อเมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ หรือมีความจำเป็นจริงๆ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าที่ผ่านได้เคยเรียกอธิบดีกรมการปกครองไปหรือไม่ และเรื่องนี้ดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง ถ้าจำไม่ผิดเคยมีออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน ซึ่งนายกฯได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยไปตอบแทน จึงไม่แน่ว่ากรณีนี้ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หรือ ใช้ พ.ร.บ. คำสั่งอำนาจเรียกพร่ำเพรื่อโดยไม่ได้พิจารณาความเหมาะสม

นายเอกภพ กล่าวว่า ประเด็นที่ 2 การชี้แจงได้มีการชี้แจงไปแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อชี้แจงไปแล้วจะบอกว่าไม่ชี้แจง หรือไม่รับผิดชอบก็ไม่ได้ แต่ในการประชุมวันนั้นตอนได้สอบถามทางสภาว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จนทราบว่าคณะกรรมาธิการทุกคณะ จะมีองค์ประกอบอยู่ 15 คน ซึ่งกึ่งหนึ่ง คือ 8 คน แต่เนื่องจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีกรรมาธิการลาออก 1 คน เท่ากับ เหลือ กรรมาธิการ 14 คน ซึ่งในที่ประชุมใหญ่สภาช่วงเช้าได้มีการเสนอ ชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง เพิ่ม 1 คน จึงกลายเป็นว่า มติที่ประชุมสภาได้มีมติให้แต่งตั้ง บุคคลเข้าไปเพิ่มแล้ว ทำให้คณะกรรมาธิการกลับมามี 15 คนเหมือนเดิม

Advertisement

จึงเป็นข้อสังเกตว่า กรรมาธิการจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เเพราะเมื่อมีมติการแต่งตั้งถือว่าเป็นอันเสร็จแล้ว จะมาบอกว่าต้องรอหนังสือจากสภาถึงกรรมาธิการก่อนถึงจะรับรู้ ซึ่งเราอาจจะรับฟัง แต่มันเป็นข้อแก้ตัวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น กรรมาธิการทางกฎหมาย ทำตัวละเมิดกฎหมายซะเองทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้ง บุคคลอื่นทางการเมืองหรือไม่

ตรงนี้จึงเป็นข้อสังเกตว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากที่ตัวรัฐบาล ไม่ให้ความร่วมมือ นายกรัฐมนตรีไม่ให้ความร่วมมือ หรือข้าราชการไม่ให้ความร่วมมือ แต่เกิดขึ้นจากทัศนคติ ของคนที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการ หรือคณะกรรมการที่ดำเนินการหรือไม่ และมีข้อมูลจากคนที่เป็นกรรมาธิการ ว่า มีการนัดแนะ หรือ เรียกประชุม โดยที่ไม่ได้บอกกรรมาธิการทุกคน ซึ่งตรงนี้เป็นข้อที่น่าสังเกต ที่ทางสื่อมวลชนและประชาชนคงต้องไปติดตามต่อ

นายเอกภพ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตประเด็นสุดท้าย ที่น่าสนใจอีกว่าพอเห็นรัฐบาลเริ่มมีผลงาน มีพืชผลทางการเกษตรเริ่มมีราคาสูง ไม่ว่าจะเป็นปาล์มหรือยางพารา ที่มีราคาสูงขึ้นในรอบ 20 ปี ก็เลยคิดอยากจะหาซีนอะไรมากลบผลงานของรัฐบาลหรือไม่

นายเอกภพ กล่าวต่อว่าเมื่อวาน (5 พฤศจิกายน) ที่มีข่าวนี้ออกมาก็บังเอิญ ประจวบเหมาะกับที่มีนักธุรกิจใหญ่ USABC ทีมนักธุรกิจใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งติดตามนายกรัฐมนตรีมาจากการประชุม UN มาคุยรายละเอียดที่ประเทศไทย รวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท Google มาคุยในเรื่องของ Data Center ที่จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้งานคนไทยมากขึ้น และ จะมีเรื่องของของใช้ผลิตผลในประเทศไทยมากขึ้น ตรงนี้หรือไม่ที่ฝ่ายค้านอดรนทนไม่ได้ อิจฉาตาร้อน จึงออกมาโวยวายนิดหน่อยตามประสา “งอแงของเด็กๆ” และยังปล่อย Fake News และยังใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ หรือใช้กฎระเบียบที่บิดเบือนเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งทางการเมือง