สส.ปชน.เปิดรายงาน ไทยบริจาคอันดับ 6 โลก จี้ยกระดับตรวจสอบ ไม่ใช้ความดีบังหน้า
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ช่วงหลังมีข่าวการตรวจสอบข้อสงสัยเรื่องใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์ทั้งวัดและมูลนิธิ ทำให้ตนสนใจว่าการบริจาคของไทยเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ และเรามีระบบดูแลเงินเหล่านี้เพียงพอหรือไม่
นายวิสุทธิ์ ระบุต่อว่า รายงาน World Giving Index 2024 ของ Charities Aid Foundation (CAF) พบว่า ร้อยละ 67 ของคนไทยมีการบริจาคเงินในห้วงเวลาหนึ่งเดือนก่อนสำรวจ ทำให้ไทยอยู่ในกลุ่มของผู้นำการบริจาคที่อันดับ 6 ของโลกสูงกว่าประเทศร่ำรวยหลายประเทศ อาทิ นอร์เวย์ ร้อยละ 65 ซึ่งอยู่อันดับ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 61 ซึ่งอยู่อันดับ 13 แคนาดา ร้อยละ 60 ซึ่งอยู่อันดับ 15 สวีเดน ร้อยละ 56 ซึ่งอยู่อันดับ 22 และเดนมาร์ก ร้อยละ 51 ซึ่งอยู่อันดับ 32 ขณะที่อินโดนีเซียและเมียนมา สลับกันเป็นที่ 1 และ 2 ต่อเนื่องหลายปี มีสัดส่วนการบริจาคที่ร้อยละ 90 และ 78 ตามลำดับ
นายวิสุทธิ์ ระบุอีกว่า นอกจากนี้ รายงานยังพบด้วยว่า เมื่อเทียบเงินบริจาคกับรายได้ ประเทศรายได้ต่ำและปานกลางหลายแห่งก็มีสัดส่วนสูงกว่าประเทศรายได้สูงหลายประเทศ รายงานปี 2569 ระบุว่า ไนจีเรียบริจาคเฉลี่ยร้อยละ 2.8 ของรายได้ กานาร้อยละ 2.4 และเคนยาร้อยละ 2.1 เทียบกับสิงคโปร์และสหราชอาณาจักรที่ร้อยละ 0.7 และญี่ปุ่นร้อยละ 0.2
นายวิสุทธิ์ ระบุด้วยว่า รายงานวิเคราะห์ว่า ศาสนาน่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยอธิบายสัดส่วนการบริจาคที่สูงในอาเซียน แม้ภูมิภาคนี้จะมีระดับรายได้ที่ไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับประเทศรายได้สูงหลายประเทศ สะท้อนบทบาทของศาสนาและวัฒนธรรมที่ไม่อาจอธิบายด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
นายวิสุทธิ์ ระบุต่อว่า ข้อมูลนี้เองที่ทำให้ตนคิดต่อไปว่า ความเชื่อมั่นและความตั้งใจช่วยเหลือผู้อื่นอาจถูกมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือผ่านการอ้างศาสนาและการทำความดี ไทยจึงต้องยกระบบตรวจสอบเพื่อป้องกันการใช้ความดีบังหน้าเพื่อแสวงหาประโยชน์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ไทยมีกฎหมายควบคุมการเรี่ยไร มูลนิธิมีหน้าที่ส่งรายงานกิจการและบัญชีประจำปีให้หน่วยงานรัฐ ซึ่งประชาชนมีสิทธิขอตรวจเอกสารที่นายทะเบียนเก็บรักษาไว้
นายวิสุทธิ์ ระบุอีกว่า สิ่งนี้ต่างกับประเทศรายได้สูงที่มีการตรวจสอบที่แข็งแรงกว่า เช่น อังกฤษและเวลส์มีทะเบียนออนไลน์เปิดเผยข้อมูลกรรมการและการเงิน ส่วนสิงคโปร์มี Charity Portal ให้ประชาชนค้นรายงานประจำปี งบการเงิน และแบบประเมินธรรมาภิบาลขององค์กรการกุศลได้โดยไม่ต้องยื่นขอเป็นรายกรณี
“จากข่าวฉาวที่ผ่านมาที่เกิดขึ้นทั้งไม่ว่าจะเป็นทั้งวัด หรือมูลนิธิ คงถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องจริงจังกับการสร้างธรรมาภิบาลการบริจาคทั้งการตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ รวมถึงคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชน วัฒนธรรมการให้ที่เข้มแข็ง จำเป็นต้องมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งรองรับ เพื่อให้เงินถึงผู้รับตามเจตนาของผู้บริจาค ช่วยรักษาวัฒนธรรมของการช่วยเหลือกันของไทย และป้องกันการทำเลวที่อ้างการทำความดี” นายวิสุทธิ์ ระบุ

