“ศุภชัย” อุบช่องทางส่งศาลรธน.ตีความกฎหมายกกต. แย้มเป็นอาวุธลับ ย้ำไม่กลัวพ้นเก้าอี้ พร้อมปกป้ององค์กรให้อยู่อย่างมีคุณภาพ ยัน สอบ 9 รมต.-สนช.ไม่ใช่ต่อรองเพื่ออยู่ต่อ แต่ทำตามหน้าที่
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่โรงแรมเซ็นทรา มาริส จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุว่า กกต.ยังไม่สามารถส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้เอง เนื่องจากต้องรอให้กฎหมายมีผลใช้บังคับก่อน ว่า เรื่องนี้ต้องไปศึกษาว่ามีช่องทางใดในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญฉบับเดิมได้หรือไม่ เพราะ กกต.มีมติเอกฉันท์เห็นว่า 6ประเด็นในร่างฉบับดังกล่าวขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ส่วนช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (1) เป็นเพียงช่องทางที่ให้อำนาจ หรือที่ศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาว่าร่างกฎหมาย หรือ กฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่ง กกต.ก็ต้องหารือกัน ไม่ใช่ยื่นไปแล้วเสียรางวัด ส่วนจะใช้ช่องทางใดในการยื่นนั้น ยังบอกไม่ได้ ถือเป็นอาวุธลับ เพราะทุกฝ่ายก็มีอาวุธลับเป็นของตัวเอง
นายศุภชัย กล่าวว่า ส่วนที่ประธาน กรธ.ระบุว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าความเห็นแย้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต.ที่ทำหน้าที่จะต้องพ้นสภาพไปทันที นายศุภชัยกล่าวว่า จะพ้นไปทันทีหรือไม่เราไม่วิตก เราพร้อมไปอยู่แล้ว ไม่ได้กังวลอะไร แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะทำให้กฎหมายฉบับนี้ตกไป ใช้บังคับไม่ได้ แต่เราก็ยังอยู่ตามกฎหมายพิเศษ ไม่ได้ไปทันที แต่ยังไม่ขอบอกว่าเป็นกฎหมายอะไร ทั้งนี้ พวกเราไม่ได้กังวล จะช้าหรือเร็ว เราก็ต้องไปอยู่ดี ถ้าเราไปเร็วเราก็ได้พักผ่อน ไม่ต้องมากังวลหรือถกเถียงอะไรให้วุ่นวาย แม้ตัวเราจะต้องพ้นจากตำแหน่งไป แต่ก็ต้องรักษาองค์กรให้อยู่อย่างมีคุณภาพ เป็นเสือต้องไม่ร้องให้ ต้องมีศักดิ์ศรี” นายศุภชัย กล่าว
เมื่อถามว่า การที่ กกต.มีมติตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี และ สนช. จะเป็นการต่อรองกันหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการต่อรอง แต่เป็นอำนาจหน้าที่ ที่ กกต.ต้องพิจารณารัฐธรรมนูญ ซึ่งกรณีนี้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ยื่นคำร้องมาให้ กกต.ตรวจสอบ เมื่อยื่นเข้ามา กกต.ก็ต้องตรวจสอบก่อน ไม่ใช่ยื่นฟ้องศาลทันที ต้องดูว่าคำร้องถูกต้อง มีมูล ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่ารัฐมนตรีหรือ สนช.ขาดคุณสมบัติ ถ้าเราไม่รับเรื่องมาก็จะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
“ไม่ได้ต่อรองเรื่องเซตซีโร่ เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไป ไม่คิดว่าจะยื้อเพื่อให้อยู่ในตำแหน่ง เราต้องรอบคอบ เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องของการกระทบสิทธิ” นายศุภชัยกล่าว และว่า ไม่กลัวที่จะพ้นจากตำแหน่งจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือคำสั่งพิเศษใดๆ” ประธาน กกต.กล่าว
นายศุภชัยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็น 3 ประเด็นข้อโต้แย้งของ กรธ.เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง คาดว่าจะส่งมาถึง กกต.ในวันเดียวกันนี้ ซึ่งในชั้นของกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ตนจะยืนยันตามมติ กกต.ว่าไม่มีบทบัญญัติใดที่ขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของแนวทางปฏิบัติ ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.ได้ถามเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ทั้งเจ้าหน้าที่ และผู้บริหารของสำนักงาน กกต.ก็ยืนยันว่าสามารถปฏิบัติได้ ไม่มีปัญหาอะไร เพราะผู้บริหาร และพนักงานมีประสบการณ์เกี่ยวกับเลือกตั้งถึง 19 ปี ที่เราเห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นการวางยา
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับอดีต กกต.ที่อยู่ในกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายด้วยหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยหรือล็อบบี้ เพราะทุกคนเป็นผู้ใหญ่ การพิจารณาจะต้องยึดหลักเหตุและผล ไมได้มีการล็อบบี้ เพราะการล็อบบี้เป็นเรื่องที่ผิด ไม่มีใครทำกัน เรื่องล็อบบี้แค่คิดก็ผิดแล้ว ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาอย่างไร เราต้องเคารพ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร จะไปโต้แย้งไม่ได้
