เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 7 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลและคสช. ไม่ได้มุ่งหวังอำนาจอย่างที่กล่าวอ้างกันทุกวันนี้ว่าจะสืบทอดอำนาจผลประโยชน์ ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร ถ้าไม่ได้ทำเพื่อประเทศชาติ ประชาชน ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไรเหมือนกันนะทุกวันนี้ เราไม่ต้องการที่จะไปควบคุมการเมือง ควบคุมประชาธิปไตยไปอีก 10-20 ปี ใครคิดแบบนั้นตนว่าไม่ใช่คนไทย ต้องขอความร่วมมือในการช่วยกันรักษาเสถียรภาพของบ้านเมือง ในช่วงนี้รัฐบาลและคสช.คิด ทำ มุ่งหวัง อยู่เสมอว่า จะทำอย่างไร ปัญหาเหล่านี้จะไม่กลับมาอีก ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาทำกันต่อไปอีกหลายรัฐบาล ใช่ว่าปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขได้หมดสิ้น โลกมีความเสี่ยงตลอดเวลา
“วันนี้โลกภายนอกเขาไม่ค่อยมีปัญหา หรือจะสนใจกับในเรื่องของการบริหารจัดการ ที่มาของรัฐบาลมากนัก ก็มีความทำความเข้าใจกันอยู่บ้าง แต่เขาให้ความสนใจกับความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะหากไม่มีเสถียรภาพ การค้า การลงทุน หรือเศรษฐกิจก็จะหยุดชะงัก ในโลกจึงมีทั้งประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ทั้งสังคมนิยม บางประเทศยังเป็นรัฐบาลทหาร ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาการณ์ในแต่ละประเทศ ทุกคนต้องสร้างความเข้าใจว่าเราทำเพื่ออะไรกันอยู่ในเวลานี้ ไม่ใช่ไปฟังนักการเมืองที่มุ่งหวังแต่เพียงการเมืองอย่างเดียว หวังผลทางการเมือง เราต้องเร่งรักษาความสงบเรียบร้อยให้ได้จากภายในเสีย ผมไม่ได้หมายความว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นอย่างอื่น ยืนยันหลายครั้งแล้วเรามีประชาธิปไตยมา 85 ปีแล้ว ต้องมาว่าประชาธิปไตย 85 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ แต่ทำไมเราไม่รู้จักการแก้ไข้ในสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ให้สำเร็จ ให้เหมาะสมเสียในช่วงนี้ วันหน้าทุกอย่างมันก็ต้องดีขึ้นเอง ช่วงนี้รัฐบาลและคสช.พยายามจะเปิดโอกาส สร้างบรรยากาศ ให้มีการปฏิรูปในทุกๆ ด้าน เพื่อที่เราจะได้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบอย่างเต็มภาคภูมิ ตามแบบฉบับของเราสอดคล้องกับวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และอารยธรรมของเรา ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ถูกบิดเบือน บิดเบี้ยว จนเสียหลักการอันเป็นแก่นแท้ เพื่อเพียงผลประโยชน์ของใครบางคน กลุ่มบางกลุ่ม”นายกฯ กล่าว

