‘พท.’ซัด ส.ว.สรรหาสืบทอดอำนาจชัดเจน ดักคอไม่พ้นได้พวกหน้าเดิม-เครือข่าย คสช.นั่งเก้าอี้
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะทำงานติดตามร่างรัฐธรรมนูญ พรรค พท. กล่าวถึงข้อเสนอให้ ส.ว.ทั้งหมดมาจากการสรรหาเพื่อคุมสถานการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่านว่า เรื่องดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะอำนาจนิติบัญญัติต้องยึดโยงประชาชน ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย และถ่วงดุลการบริหารงานของรัฐบาล โดยเฉพาะ ส.ว.ที่มีหน้าที่แต่งตั้งบุคคลเข้าไปเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจมากด้วยแล้ว หากเป็นเช่นนี้จริง เท่ากับเป็นการสืบทอดอำนาจของฝ่ายเผด็จการอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างในร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ห้ามไม่ให้ ส.ส.หรือคณะรัฐมนตรี (ครม.) แปรญัตติงบประมาณเพื่อประโยชน์ในพื้นที่ของตัวเอง ถ้า ส.ว.พบเห็นสามารถเข้าชื่อ 1 ใน 10 ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำวินิจฉัยได้ภายใน 7 วัน ศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากการสรรหาของ ส.ว. คงมีความคิดเห็นในทิศทางเดียวกัน ในที่สุด ส.ว.ที่มาจากการสรรหาจะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานประเทศในช่วง 5 ปีแรก การเมืองจะวุ่นวาย และรัฐบาลไม่สามารถทำงานได้
ด้านนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรค พท. กล่าวถึงข้อเสนอให้มีแต่ ส.ว.สรรหาเพื่อคุมสถานการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่านว่า ความคิดดังกล่าวเกิดจากความไม่ไว้ใจการใช้อำนาจเลือกตั้งของประชาชน จึงกังวลว่าจะไม่ได้บุคคลที่ตรงใจมาทำหน้าที่ ส.ว. แต่ถ้าเชื่อมั่นในดุลพินิจของประชาชน ทุกอย่างจะจบ ยกตัวอย่างการเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งแรก ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็ได้คนมีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก ตนมองว่าหากข้อเสนอดังกล่าวเป็นจริง คนที่จะมาเป็น ส.ว.สรรหาคงเป็นบุคคลเดิมๆ ที่อยู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเครือข่ายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นหลัก คงมีการควบคุมการบริหารงานหลังการเลือกตั้งโดย ส.ว. การดำเนินการใดๆ ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งคงเป็นไปได้ยาก หากไม่เป็นเนื้อเดียวกับ คสช.

