เมื่อวันที่ 6 มีนาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปืดเผยว่า หลังจากติดตามกรณีนายวิษณุ เครืองาม ทำจดหมายถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์เพื่อขอพักการลงโทษให้กับผู้ต้องโทษรายหนึ่ง โดยอ้างถึงท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ อาจารย์ใหญ่ รร.จิตรลดา เป็นที่อ้างอิงรับรองความประพฤติได้นั้น
เมื่อพิจารณาข้อความในจดหมายของนายวิษณุแล้ว อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 ในข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ และระเบียบนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีต้องกำกับดูแล
จดหมายดังกล่าว นายวิษณุได้ยอมรับว่าเป็นคนทำขึ้นด้วยลายมือตนเอง และยังให้ข่าวต่อสื่อถึงประเด็นทางกฎหมายว่า ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดนั้น นายเรืองไกรกล่าวว่า ความเข้าใจตรงนี้ของนายวิษณุอาจจะยังมีปัญหาตามมา เพราะการขอพักการลงโทษ เพื่อให้ผู้ต้องโทษรายนี้ออกมาจัดงานกล้วยไม้เอเชียแปซิฟิกที่จะมีขึ้นในวันที่ 19-27 มีนาคม 2559 โดยอ้างปัญหาสุขภาพด้วยนั้น อาจจะไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 มาตรา 32 (5)
อีกทั้งการทำจดหมายดังกล่าว เกิดขึ้นในทำเนียบรัฐบาล ตามเวลาราชการปกติ ก็แสดงว่าทำขึ้นในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งข้อเท็จจริงอย่างนี้ อาจจะทำให้นายวิษณุเข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำการฝ่าฝืนมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 อีกด้วย
นายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว จะเห็นได้ว่าเรื่องนี้คล้ายกับกรณีจดหมายน้อยของเลขาฯศาลปกครองสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น ต่างกันเพียงเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในเรื่องจริยธรรม และเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในทางอาญา
ดังนั้น จึงควรมีการทำหนังสือร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบนายวิษณุ เครืองาม ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี กรณีทำจดหมายถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ว่า เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 หรือไม่ และการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ฝ่าฝืนมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 หรือไม่
นายเรืองไกรกล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันจันทร์ที่ 7 มีนาคม 2559 เวลาประมาณสิบโมง ก็จะไปยื่นหนังสือพร้อมเอกสารประกอบถึงนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาดำเนินการทางจริยธรรมต่อนายวิษณุ เครืองาม และขอให้นายกรัฐมนตรีส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่งด้วย

